“วทันยา”ท้วง“กรรมาธิการเสียงข้างมาก” แปรงบฯเพิ่ม 500 ล้านให้กองทุนหมู่บ้าน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“วทันยา บุนนาค” อภิปรายงบปี 70 ท้วง กมธ.เสียงข้างมากแปรงบเพิ่ม 500 ล้านบาทให้กองทุนหมู่บ้าน อ้างนำไปทำโซลาร์เซลล์ ชี้ไม่ปฏิเสธพลังงานสะอาด แต่ต้องตอบให้ชัดเงิน SML เดิมไปถึงไหน เหตุใดต้องเติมงบใหม่ และจะป้องกันการซ้ำซ้อนอย่างไร พร้อมตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสและผู้รับผิดชอบหากโครงการชำรุด

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาแล้วเสร็จ ในวาระ 2 เป็นวันแรก โดยมีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม

น.ส.วทันยา บุนนาค ในฐานะกรรมาธิการฯ อภิปรายมาตรา 7 สำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานในกำกับ ถึงกรณีคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากเสนอแปรญัตติเพิ่มงบประมาณ 500 ล้านบาท ให้กิจการกองทุนหมู่บ้าน โดยให้เหตุผลว่าเพื่อนำไปดำเนินโครงการโซลาร์เซลล์หรือพลังงานสะอาด

น.ส.วทันยาระบุว่า ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องการทำพลังงานสะอาด แต่ตั้งคำถามว่า “เราควรเติมเงินใหม่ลงไปในกลไกระบบเดิมหรือไม่” ขณะที่กลไกเดิมยังมีปัญหา โดยเฉพาะเงินจำนวนมากในโครงการ SML ที่ดำเนินการในช่วงปี 2568-2569 ซึ่งยังไปไม่ถึงมือชาวบ้านจำนวนมาก ทั้งที่โครงการ SML เองก็เปิดให้ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับโซลาร์เซลล์อยู่แล้ว

พร้อมเปรียบเทียบว่า “ถังน้ำเดิมยังรั่ว แต่รัฐบาลกำลังจะขอให้สภาแห่งนี้เติมเงินหรือเติมน้ำเพิ่มอีก 500 ล้านบาทลงไปในถังเดิม” จึงเรียกร้องให้รัฐบาลตอบข้อสงสัยสำคัญให้ครบถ้วนก่อนพิจารณาอนุมัติงบประมาณก้อนใหม่

น.ส.วทันยาระบุข้อสังเกต 3 ประเด็น ได้แก่

1. เงิน SML เดิมไปถึงไหนแล้ว
รัฐบาลต้องชี้แจงผลการดำเนินงานของงบประมาณเดิม โดยเฉพาะโครงการ SML ปี 2568 และ SML Plus ในปี 2569 ว่าเงินที่จัดสรรไปสามารถสร้างผลสัมฤทธิ์และถึงมือประชาชนจริงมากน้อยเพียงใด ไม่ใช่เพียงตัวเลขงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ

2. เงินใหม่เป็นโครงการใหม่จริงหรือแค่เปลี่ยนชื่อ
ต้องชี้แจงว่าเงิน 500 ล้านบาทที่กำลังจะเติมลงไปนั้น เป็นการทำโครงการใหม่จริงหรือเป็นกิจกรรมเดิมที่เปลี่ยนชื่อ พร้อมยืนยันว่าจะไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการ SML เดิม ทั้งในด้านกลุ่มเป้าหมายและพื้นที่ดำเนินการ

น.ส.วทันยายังเตือนว่า อย่าใช้คำว่า “โซลาร์เซลล์” ซึ่งฟังดูทันสมัย มาบดบังปัญหาเรื่อง “งบซ้ำซ้อน” และต้องตอบให้ได้ด้วยว่า หลังติดตั้งแล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ หากอุปกรณ์ชำรุดหรือเสียหาย เพราะการติดตั้งเป็นเพียงวันแรกของโครงการ แต่ไม่ใช่วันสุดท้ายของความรับผิดชอบ

3. ความโปร่งใสของการใช้งบประมาณ
น.ส.วทันยากล่าวแสดงความกังวลถึงการเพิ่มงบประมาณเข้าสู่ระบบเดิม โดยเปรียบเปรยว่า “การเติมเงินในกล่องดำ ความโปร่งใสที่เกิดขึ้นนั้นโตตามตัวเงินที่เติมลงไปในกล่องดำ”

ท้ายที่สุด น.ส.วทันยาเรียกร้องให้สภาพิจารณาความเหมาะสมของงบประมาณเดิมที่จัดสรรให้กองทุนหมู่บ้านเสียก่อน โดยต้องทำให้เห็นว่าเงินสามารถนำไปใช้ได้อย่างครบถ้วน โปร่งใส และถึงมือประชาชนจริง ก่อนที่จะอนุมัติงบประมาณก้อนใหม่ที่ยังมีข้อสงสัยจากประชาชนจำนวนมาก

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img