“พิพัฒน์” รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม เผยความคืบหน้าท่อส่งน้ำมันบริเวณพระราม 3 พบจุดรั่วซึมแล้ว 1 จุด อีกจุดอยู่ระหว่างตรวจสอบ ย้ำผู้เชี่ยวชาญมั่นใจสามารถปิดจุดรั่วได้ พร้อมระดมรถดับเพลิง รถพยาบาล และอุปกรณ์รับมือในพื้นที่ ขณะที่ค่าไอสารระเหยยังอยู่ในระดับต่ำมาก
เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 10 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยความคืบหน้ากรณีท่อส่งน้ำมันรั่วซึมบริเวณพระราม 3 หลังลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ท่อส่งน้ำมันดังกล่าวเป็นท่อที่เกิดจากการร่วมทุนของหลายบริษัท โดยบริษัทบางจากเป็นผู้ส่งน้ำมันผ่านระบบท่อ ขณะที่โครงสร้างการถือหุ้นในท่อดังกล่าวมีหลายบริษัทประกอบกัน จึงไม่ขอกล่าวถึงรายละเอียดในส่วนนี้
สำหรับเส้นทางการลำเลียงน้ำมัน มีการส่งไปยังพื้นที่ดอนเมืองและปลายทางบริเวณบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบจุดที่ 1 ซึ่งมีน้ำมันไหลอยู่ในท่อ แต่ไม่ได้เกิดการแตกเป็นแผลขนาดใหญ่ ลักษณะที่พบเป็นเพียงการรั่วซึม ส่วนจุดที่ 2 ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่าพบรอยรั่วหรือไม่
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าสามารถดำเนินการปิดจุดรั่วซึมได้ โดยตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา มีการทดสอบและตรวจสอบคุณภาพของท่อส่งน้ำมันตลอดแนวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าสาเหตุที่ทำให้น้ำมันซึมออกมาเกิดจากอะไร ต้องรอผลการตรวจสอบจากวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง
ด้านการรักษาความปลอดภัย นายพิพัฒน์ยืนยันว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เตรียมความพร้อมในพื้นที่แล้ว ทั้งรถดับเพลิง รถพยาบาล และอุปกรณ์สำหรับรับมือเหตุเพลิงไหม้
ขณะที่การตรวจวัดค่าไอสารระเหยในพื้นที่ พบว่ายังอยู่ในระดับต่ำมาก เนื่องจากลักษณะของเหตุการณ์เป็นเพียงการรั่วซึม ไม่ใช่การแตกหรือรั่วไหลในปริมาณมาก
เมื่อถามว่าประชาชนในพื้นที่จำเป็นต้องอพยพออกจากพื้นที่หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ปภ. และ กทม. จะติดตามและดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนการพิจารณาว่าจะมีความจำเป็นต้องย้ายประชาชนออกจากพื้นที่หรือไม่นั้น อยู่ในดุลพินิจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยต้องประเมินสถานการณ์และความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ
ขณะนี้เจ้าหน้าที่จึงยังคงเร่งตรวจสอบจุดรั่วซึม หาสาเหตุของความผิดปกติ และเตรียมมาตรการป้องกันอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่โดยรอบ



















