“รักชนก” ประธาน กมธ.ติดตามงบฯ เปิดประเด็น TH-AI Passport หลังเชิญ รมว.ดีอี ปลัดกระทรวง และบริษัทคู่สัญญาเข้าชี้แจง แต่ส่วนใหญ่ไม่เข้าร่วมประชุม เผยยอดลงทะเบียนล่าสุดราว 1.48 ล้านคน จากเป้าหมาย 5 ล้าน ตั้งคำถามความโปร่งใส ยอด Active User และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมตั้งข้อสังเกตการทำงานของ AI กับเนื้อหาทางการเมือง
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 ก.ย. ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยก่อนการประชุม กมธ. ถึงการติดตามความคืบหน้าการบริหารงบประมาณกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในโครงการ TH-AI Passport
น.ส.รักชนก กล่าวว่า กมธ.ได้เชิญนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี คณะร่างขอบเขตของงาน (TOR) คณะพิจารณาผลการให้คะแนน รวมถึงบริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด ซึ่งเป็นคู่สัญญาในโครงการ เข้าร่วมชี้แจง
อย่างไรก็ตาม น.ส.รักชนกระบุว่า ผู้ที่เข้าร่วมประชุมมีเพียงคณะร่าง TOR ขณะที่ผู้ได้รับเชิญรายอื่นไม่ได้เข้าร่วม โดยนายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ซึ่งอยู่ในคณะร่าง TOR ได้เลื่อนตำแหน่งไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอีแล้ว
ประธาน กมธ.กล่าวว่า รู้สึกผิดหวัง เนื่องจาก กมธ.ได้แจ้งกำหนดการประชุมผ่านหนังสืออย่างเป็นทางการ รวมถึงประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชน เพราะโครงการดังกล่าวเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ และปัจจุบันมีประชาชนลงทะเบียนและใช้งานโครงการแล้ว
น.ส.รักชนกยังตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทคู่สัญญาสามารถเข้าชี้แจงต่อ กมธ.การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงสามารถให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อได้ จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงไม่สามารถมาชี้แจงต่อ กมธ.ที่มีหน้าที่ติดตามการใช้งบประมาณได้
ส่วนกรณีนายไชยชนกและปลัดกระทรวงดีอีไม่สามารถมาชี้แจงได้ น.ส.รักชนกระบุว่า ได้รับแจ้งผ่านหนังสือด่วนว่าไม่สามารถเข้าร่วมประชุม โดยนายไชยชนกมอบหมายปลัดกระทรวง และปลัดกระทรวงมอบหมายผู้ตรวจราชการกระทรวงเข้าชี้แจงแทน
สำหรับความคืบหน้าของโครงการ น.ส.รักชนกกล่าวว่า ยอดลงทะเบียนล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 1.48 ล้านคน จากเป้าหมาย 5 ล้านคน ขณะที่ยอดผู้ใช้งานจริง (Active User) ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม เนื่องจากไม่มีการเปิดเผยตัวเลขในลักษณะเรียลไทม์หรือรายวันอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการใช้งาน โดยเฉพาะประเด็นการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงความสามารถของ AI ในการตอบคำถามเกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองและสังคม
น.ส.รักชนกตั้งข้อสังเกตว่า การที่ AI ของโครงการมีข้อจำกัดในการตอบคำถามบางประเด็น อาจทำให้เกิดคำถามว่า ระบบดังกล่าวมีลักษณะเป็นช่องทางรวมศูนย์หรือ “Single Gateway” หรือไม่ และรัฐบาลมีแนวคิดที่จะควบคุมพฤติกรรมหรือทิศทางความคิดของประชาชนผ่านระบบดังกล่าวหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตดังกล่าวเป็นการตั้งคำถามและแสดงความกังวลของ น.ส.รักชนกต่อการดำเนินโครงการ ขณะที่ประเด็นเกี่ยวกับการทำงานของระบบ AI การจัดเก็บข้อมูล และมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ยังจำเป็นต้องได้รับคำชี้แจงจากหน่วยงานและผู้รับผิดชอบโครงการโดยตรง
ส่วนกรณีที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ออกมาตอบโต้กรณีอินฟลูเอนเซอร์นำ AI มาทดลองตอบคำถามเกี่ยวกับ “สีน้ำเงิน” น.ส.รักชนกกล่าวถึงเรื่องดังกล่าวในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมระบุว่า ประชาชนสามารถใช้วิจารณญาณในการพิจารณาข้อมูลต่างๆ ได้ และมองว่าประเด็นดังกล่าวเป็นคอนเทนต์ที่ประชาชนนำมาพูดคุยหรือสร้างความสนุกสนานกัน
น.ส.รักชนกยังกล่าวว่า สิ่งที่น่าตั้งคำถามมากกว่าประเด็นการตอบโต้กันในลักษณะดังกล่าว คือความโปร่งใสของโครงการ TH-AI Passport ทั้งจำนวนผู้ใช้งาน การบริหารงบประมาณ การทำงานของระบบ และการคุ้มครองข้อมูลของประชาชน ซึ่งควรมีข้อมูลที่ชัดเจนและตรวจสอบได้



















