“พีระพันธุ์” ชี้คดีฮั้วเลือก สว. หากพบเป็นขบวนการต้องกวาดล้างให้ครบทุกคน ห้ามเลือกปฏิบัติ พร้อมหนุน กกต. เดินหน้าส่งศาลพิจารณา เตือนปมพยานพลิกลิ้นอ้างถูกขู่ต้องสอบสวนที่มาให้ชัดเจน จี้จัดการเด็ดขาดหากแจ้งความเท็จ
เมื่อวันที่ 16 ก.ย. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงประเด็นการดำเนินคดีกรณีข้อกล่าวหาการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยเน้นย้ำว่า หากพยานหลักฐานชี้ชัดว่าเป็นการกระทำความผิดในลักษณะขบวนการและมีการแบ่งหน้าที่กันทำ การดำเนินคดีจำเป็นต้องครอบคลุมบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างไม่เลือกปฏิบัติ
พร้อมกันนี้ นายพีระพันธุ์ ได้กล่าวถึงบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า มีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อถือให้รอบด้าน ก่อนส่งเรื่องให้ศาลเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยขั้นสุดท้าย เนื่องจาก กกต. ไม่ใช่ผู้ชี้ขาดความผิดด้วยตนเอง หากมีพยานหลักฐานเพียงพอว่าการเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม ก็ควรส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย
สำหรับประเด็นข้อสังเกตเรื่องพยานกลับคำให้การ นายพีระพันธุ์ มองว่า ไม่ควรใช้คำให้การของพยานเพียงปากเดียวมาเป็นน้ำหนักหลักในการเปลี่ยนทิศทางคดี โดยเฉพาะกรณีการกล่าวอ้างลอยๆ ว่าถูกข่มขู่โดยไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบที่มาของคำให้การทั้งเก่าและใหม่อย่างละเอียด พร้อมพิจารณาพยานหลักฐานภาพรวมทั้งระบบ
นอกจากนี้ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุเสริมว่า หากพบข้อเท็จจริงภายหลังว่าการกลับคำให้การเกิดจากการกดดันหรือมีเจตนาช่วยเหลือให้พ้นผิด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรตรวจสอบความผิดอื่นเพิ่มเติม รวมถึงพยานปากดังกล่าวอาจเข้าข่ายมีความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานด้วย พร้อมย้ำทิ้งท้ายว่า ทุกฝ่ายควรยึดมั่นในมาตรฐานเดียวกันและปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา



















