“วราวุธ” เผยสถานการณ์น้ำสุพรรณบุรีได้รับผลกระทบหนัก ระดับน้ำเพิ่มอีก 9 ซม. หลังมวลน้ำหลายร้อยล้าน ลบ.ม. จากฝั่งตะวันตกไหลเข้าสู่แม่น้ำท่าจีน พร้อมรับน้ำเหนือจากเขื่อนเจ้าพระยา เตรียมหารือกรมชลประทานเร่งระบายน้ำ เสนอพิจารณาชดเชยเกษตรกรเพื่อผันน้ำเข้าทุ่ง ลดความเสียหายพื้นที่ด้านล่าง
เมื่อเวลา 09.25 น. วันที่ 29 ก.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งกลุ่มลุ่มน้ำท่าจีน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสุพรรณบุรีว่า ขณะนี้พื้นที่ได้รับผลกระทบพอสมควร โดยเมื่อคืนวันที่ 28 ก.ย. ระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 9 เซนติเมตร
นายวราวุธกล่าวว่า ขณะนี้มีมวลน้ำจำนวนมากอยู่บริเวณฝั่งตะวันตกของประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและทุ่งฝั่งตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน ทำให้มีน้ำหลายร้อยล้านลูกบาศก์เมตรไหลเข้าสู่แม่น้ำท่าจีน ขณะเดียวกันแม่น้ำท่าจีนยังต้องรองรับน้ำเหนือที่ระบายลงมาจากเขื่อนเจ้าพระยา จึงจำเป็นต้องเร่งบริหารจัดการและระบายน้ำออกจากพื้นที่
สำหรับสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่มีปัจจัยจากน้ำทะเลหนุนสูงเข้ามากระทบมากนัก จึงเป็นช่วงที่สามารถเร่งระบายน้ำได้ โดยจะใช้เครื่องผลักดันน้ำตามจุดต่าง ๆ ของแม่น้ำท่าจีน รวมถึงบริเวณด้านใต้ประตูระบายน้ำโพธิ์พระยา ซึ่งเป็นประตูระบายน้ำบานสุดท้ายของแม่น้ำท่าจีน แต่เนื่องจากมีปริมาณน้ำจำนวนมาก ทำให้ประชาชนในพื้นที่ทุ่งสองพี่น้องและทุ่งบางปลาม้าได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง
นายวราวุธระบุว่า วันนี้จะต้องหารือกับกรมชลประทานอย่างเร่งด่วน เพื่อประเมินว่าในแต่ละจุด ทั้งพื้นที่รับน้ำตอนบนและตอนล่าง จะสามารถผ่องถ่ายน้ำออกจากพื้นที่ได้มากน้อยเพียงใด โดยจากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าเกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวไปแล้วประมาณ 80–90% จึงเสนอให้พิจารณาความเป็นไปได้ในการจ่ายค่าชดเชยให้เกษตรกร หากจำเป็นต้องใช้พื้นที่ทุ่งเป็นพื้นที่รับน้ำ เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับพื้นที่ด้านล่าง เนื่องจากหากปล่อยให้น้ำท่วมขังโดยไม่มีพื้นที่รองรับ เมื่อระดับน้ำลดลงก็จำเป็นต้องใช้เครื่องสูบน้ำในการระบายออก
นายวราวุธกล่าวถึงการลงพื้นที่อำเภอบางปลาม้าล่าสุดว่า ระดับน้ำในบางจุดสูงจนอยู่ในระดับเกือบมิดศีรษะ พร้อมยอมรับว่าสุพรรณบุรีเป็นจังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำ ทำให้ประชาชนในหลายพื้นที่มีการเตรียมความพร้อม เช่น มีเรือประจำบ้านและก่อสร้างบ้านให้มีใต้ถุนสูงประมาณ 1–2 เมตร เพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำ
อย่างไรก็ตาม นายวราวุธย้ำว่า การที่ประชาชนมีความพร้อมไม่ได้หมายความว่าไม่ได้รับความเดือดร้อน เพราะสถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตอย่างมาก เพียงแต่ประชาชนในพื้นที่มีประสบการณ์และสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ในระดับหนึ่ง
นายวราวุธยังกล่าวถึงพื้นที่ที่ไม่ค่อยประสบปัญหาน้ำท่วม เช่น กรุงเทพมหานคร หรือพื้นที่ภาคตะวันออกอย่างอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำในลักษณะที่ไม่คุ้นเคย ทำให้การเตรียมตัวรับมือทำได้ยากกว่า
นายวราวุธฝากถึงทุกฝ่ายรวมถึงประชาชนว่า สภาพอากาศกำลังเปลี่ยนแปลงและอาจเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในลักษณะเดียวกันได้อีก จึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ในระดับหนึ่ง ขณะที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาในทุกมิติ โดยยกตัวอย่างการลงพื้นที่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่แฟลตคลองจั่นและเคหะร่มเกล้าเมื่อคืนวันที่ 28 ก.ย. ซึ่งได้เร่งแก้ไขปัญหาเรื่องอาหารและสาธารณูปโภคให้ประชาชน
ทั้งนี้ นายวราวุธระบุว่า การรับมือสถานการณ์น้ำในระยะต่อไปจำเป็นต้องอาศัยทั้งมาตรการบริหารจัดการของภาครัฐและการเตรียมพร้อมของประชาชน เนื่องจากสภาพอากาศในอนาคตอาจแตกต่างจากรูปแบบเดิม และเหตุการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจเกิดขึ้นได้อีก



















