รมว.ยุติธรรมเผยสถานการณ์น้ำท่วมกระทบเรือนจำหลายแห่ง ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค กบินทร์บุรีหนักสุด ย้ายผู้ต้องขังกว่า 300 คนไปเรือนจำใน จ.สระแก้วแล้ว ส่วนลพบุรียังรองรับได้ ย้ำเตรียมแผนกระจายผู้ต้องขังและมาตรการรักษาความปลอดภัยไว้ทุกพื้นที่
เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 29 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการรับมือสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อเรือนจำว่า กระทรวงยุติธรรม โดยกรมราชทัณฑ์ มีเรือนจำในพื้นที่กรุงเทพมหานครและนนทบุรี ซึ่งเป็นเรือนจำส่วนกลางประมาณ 6-7 แห่ง ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ส่วนเรือนจำในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างหนัก มี 2 แห่ง ได้แก่ เรือนจำกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และเรือนจำ จ.ลพบุรี
สำหรับเรือนจำกบินทร์บุรี มีการย้ายผู้ต้องขังกว่า 300 คน ไปยังเรือนจำใน จ.สระแก้ว โดยดำเนินการแล้วเสร็จตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 28 ก.ย. และขณะนี้ยังไม่มีรายงานปัญหาจากการย้ายผู้ต้องขังดังกล่าว
ส่วนเรือนจำ จ.ลพบุรี แม้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นกัน แต่ยังไม่มีการย้ายผู้ต้องขังออกจากพื้นที่ เนื่องจากยังสามารถรองรับและบริหารจัดการภายในเรือนจำได้
รมว.ยุติธรรมยืนยันว่า ปัจจุบันจำนวนห้องขังยังเพียงพอ โดยสามารถกระจายผู้ต้องขังไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้ พร้อมระบุว่ากรมราชทัณฑ์มีการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ไว้ในทุกพื้นที่
สำหรับการซ่อมแซมเรือนจำหลังน้ำลด พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า จำเป็นต้องใช้งบประมาณในการฟื้นฟู เนื่องจากมีรายงานว่าเรือนจำหลายแห่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานรายละเอียดความเสียหายทั้งหมด
ส่วนพื้นที่กบินทร์บุรีถือว่าน่ากังวลเป็นพิเศษ เนื่องจากต้องเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังออกจากพื้นที่ โดยต้องคำนึงถึงทั้งความปลอดภัยของผู้ต้องขัง การควบคุมตัวระหว่างการเคลื่อนย้าย รวมถึงการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุหลบหนี
ขณะเดียวกัน รมว.ยุติธรรมระบุว่า ยังไม่ได้รับรายงานความเสียหายหรือผลกระทบเพิ่มเติมต่อเรือนจำในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแม่กลอง
สถานการณ์นี้จึงไม่ได้มีเพียงการรับมือเรื่องระดับน้ำหรือการอพยพประชาชนเท่านั้น แต่หน่วยงานที่ดูแลสถานที่ควบคุมผู้ต้องขังก็ต้องเตรียมแผนรองรับ ทั้งการย้ายผู้ต้องขัง การจัดพื้นที่รองรับ และมาตรการรักษาความปลอดภัยให้สามารถดำเนินการได้แม้เกิดอุทกภัย



















