“เทพไท” ชี้ช่องทางใหม่คดีฮั้ว ส.ว. ใช้ข้อมูลศาลฎีกายื่นผู้ตรวจการฯ ส่งศาลรัฐธรรมนูญ
“เทพไท เสนพงศ์” อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์จับตาเวทีเสวนาราชบัณฑิตยสภา “คดีฮั้ว ส.ว. เรื่องจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้” ชูข้อเสนอ “จรัญ ภักดีธนากุล” นำข้อมูลจากการไต่สวนคดีเลือกตั้งยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อพิจารณาส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมเผยประเด็นจาก “สิทธิโชติ” กกต.เสียงข้างน้อยเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีภายใน กกต.
เมื่อวันที่ 1 ต.ค.นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความม ระบุถึงการเสวนาทางวิชาการของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ในหัวข้อ “คดีฮั้ว ส.ว. เรื่องจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้” โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ นายโคทม อารียา นายวัส ติงสมิตร นายวิชา มหาคุณ และนายจรัญ ภักดีธนากุล ว่า
ช่องทางใหม่!!! ร้องฮั้วส.ว.ขัดรัฐธรรมนูญ
ถ้าใครได้ติดตามการจัดเวทีเสวนาทางวิชาการ ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ในหัวข้อ “คดีฮั้วส.ว. เรื่องจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้” ซึ่งมีวิทยากรที่เป็นบุคคลสำคัญและเป็นผู้อาวุโสทั้งสิ้น คือนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ นายโคทม อารียา นายวัส ติงสมิตร นายวิชา มหาคุณ และนายจรัญ ภักดีธนากุล ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นบุคคลสำคัญ และมีประสบการณ์สามารถให้ความเห็น และชี้แนวทางให้กับสังคม และสามารถนำข้อเท็จจริงมาเปิดเผยกับสังคมได้
ถ้าดูหัวข้อของการเสวนา เป็นที่ชัดเจนว่า คดีฮั้วส.ว.คือความจริง และเป็นความจริงที่คนไทยทุกคนจะต้องรู้ วิทยากรทั้งหมดได้นำเอาความจริงเกี่ยวกับคดีฮั้วส.ว.มาตีแผ่ และบรรยายให้กับผู้รับรับฟังในหอประชุม และบุคคลทั่วไปที่สนใจในประเด็นคดีฮั้วส.ว.ให้ได้รับรู้กัน
ซึ่งวิทยากรทั้งหมด ล้วนแต่นำเสนอประเด็นที่น่าสนใจทั้งสิ้น แต่ที่อยากให้จับตาดูเป็นพิเศษ มีอยู่2ท่าน คือ
1.นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษในฐานะที่เป็นกกต. เสียงข้างน้อย การพูดข้อเท็จจริงในการพิจารณาคดีฮั้วส.ว.ของนายสุทธิโชติ ทำให้ผู้คนในสังคมได้รับรู้ถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ในการพิจารณาคดีฮั้วส.ว.ของคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.)ทั้งหมด ว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่ไม่ชอบมาพากล และมีประเด็นอะไรบ้างที่ทำให้สังคมสงสัย
โดยมีการเปิดเผยถึงกรณีการรับสมัครส.ว.ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ล้วนแล้วแต่เป็นเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย ในการจัดการเลือกตั้งส.ว. และระดับอำเภอและระดับจังหวัดทั้งสิ้น และในการเลือกตั้งส.ว. ปี 2567 นายอนุทิน ชาญวีรกูล คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
นอกจากนี้ยังพูดถึงกรณีการประวิงเวลาสอบสวนคดีฮั้วส.ว. เพื่อต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงตัวคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.)ใหม่ การตัดตอนเส้นทางการเงินจากDSI ด้วยมติ4:3 การตั้งอนุกรรมการชุดที่ 36 เพื่อมากลั่นกรองสำนวนของอนุกรรมการชุดที่ 26 รวมถึงการกลับคำให้การของพยานรหัสที่ 16 ที่เคยให้การกับอนุกรรมการชุดที่ 16 ถึง3ครั้ง แต่มากลับคำให้การด้วยเอกสารหนึ่งแผ่น ส่งถึงประธานกกต. แต่มติเสียงข้างมากของกกต. เชื่อในคำให้การหรือการกลับคำให้การของพยานคนนี้ ซึ่งทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในการประชุมกกต.ต้องการให้สังคมได้รับทราบ
2.นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลสำคัญในกระบวนการตุลาการภิวัฒน์ในยุคแรกๆ ได้ชี้ช่องทางการเอาผิดคดีฮั้วส.ว. การล้มกระดานการเมืองของระบอบสีน้ำเงินไว้ชัดเจน การสู้คดีเพื่อล้มการเลือกตั้งส.ว.ทั้ง 200 คน เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะการจะไปสู้คดีในศาลฎีกาแผนกเลือกตั้ง ในศาลปกครอง หรือในปปช.หรือในศาลอาญา หรือในศาลฎีกาแผนกอาญาของผู้ดำรงทางการเมือง ต้องใช้เวลายาวนาน
การชี้ช่องของนายจรัญให้ใช้ข้อมูลข้อเท็จจริง จากการไต่สวนของศาลฎีกาแผนกเลือกตั้ง นำไปร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อนำเรื่องนี้เข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งสามารถทำให้คดีสิ้นสุดได้ในระยะเวลา6เดือนถึง1ปี เป็นเรื่องที่น่าสนใจ
จึงอยากฝากไปยังนักเคลื่อนไหวทางการเมือง องค์กรที่เคลื่อนไหวทางการเมือง และผู้ติดตามคดีฮั้วส.ว. ได้ไปถอดเทปการเสวนาทางวิชาการในครั้งนี้ และนำข้อเสนอแนะ และการชี้ช่องของวิทยากรทั้งหมด มาดำเนินการตามคำแนะนำ และเชื่อว่าสามารถล้มการเมืองของระบอบสีน้ำเงินได้



















