ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันไม่ได้ยกเลิกโครงการตามแนวพระราชดำริ แต่การเลือกใช้มาตรการแก้น้ำท่วมต้องดูความเหมาะสมของพื้นที่ เผยหากเดินหน้าแก้มลิงในพื้นที่เอกชนตามรูปแบบเดิม อาจต้องใช้งบเวนคืนและพัฒนาระบบราว 11,000 ล้านบาท ขณะที่การขุดลอกคลอง ทางลัดน้ำ และอุโมงค์ ใช้งบต่ำกว่าและเหมาะกับพื้นที่มากกว่า
เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาว่า กทม. ยกเลิกโครงการแก้มลิงว่า ไม่ได้เป็นการยกเลิกโครงการพระราชดำริ แต่ “แก้มลิง” เป็นเพียงหนึ่งในแนวทางการป้องกันน้ำท่วมที่พระราชทานไว้ ซึ่งยังมีแนวทางอื่นประกอบด้วย ทั้งการทำเขื่อน ทางลัดน้ำและอุโมงค์ การปรับปรุงคลองและสภาพน้ำ รวมถึงคันกั้นน้ำ
นายชัชชาติอธิบายว่า หลักการของแก้มลิงต้องมีพื้นที่สำหรับพักน้ำ และต้องมีระบบนำน้ำเข้า-ออกที่สะดวก เมื่อมีน้ำมากจึงนำน้ำเข้าไปเก็บไว้ ก่อนระบายออกเมื่อสถานการณ์เหมาะสม แต่พื้นที่ที่ กทม. เคยศึกษาเพื่อพัฒนาเป็นแก้มลิงหลายแห่งหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 พบข้อจำกัด เนื่องจากเป็นพื้นที่เอกชน หากจะเดินหน้าโครงการตามรูปแบบเดิม จำเป็นต้องเวนคืนที่ดินและลงทุนสร้างระบบนำน้ำเข้า-ออกเพิ่มเติม
สำหรับพื้นที่ที่เป็นประเด็น นายชัชชาติระบุว่า หากดำเนินโครงการในรูปแบบเดิม จะมีมูลค่าการเวนคืนและพัฒนาระบบรวมประมาณ 11,000 ล้านบาท ขณะที่การใช้วิธีอื่น เช่น การขุดลอกและปรับปรุงคลอง การทำทางลัดน้ำ หรืออุโมงค์ สามารถใช้งบประมาณน้อยกว่า และเหมาะสมกับสภาพพื้นที่มากกว่า พร้อมย้ำว่า แนวคิดแก้มลิงยังคงถูกนำมาใช้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีบึงหรือพื้นที่รับน้ำอยู่แล้ว เช่น บึงหนองบอน รวมถึงพื้นที่ฝั่งตะวันตกก่อนลงทะเลบริเวณบางขุนเทียน ซึ่งสามารถทำหน้าที่เป็นพื้นที่รับน้ำขนาดใหญ่และเชื่อมโยงกับระบบน้ำหลักได้
ส่วนพื้นที่บึงกุ่ม หากมีพื้นที่รองรับน้ำอยู่แล้ว กทม. จะเน้นพัฒนาให้เกิดประโยชน์ ทั้งการขุดลอกคลองและเชื่อมต่อกับระบบระบายน้ำ โดยยืนยันว่าแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำไม่ได้มีเพียงแนวทางแก้มลิง แต่สามารถนำหลายวิธีมาประกอบกันให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่
ส่วนข้อกล่าวหาว่า การยกเลิกโครงการเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชน นายชัชชาติยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เพราะหากพื้นที่เอกชนมีความเหมาะสมและจำเป็นต้องนำมาใช้เป็นแก้มลิง กทม. ก็ต้องดำเนินการเวนคืนและจ่ายค่าที่ดินให้เจ้าของอยู่แล้ว
นายชัชชาติยังกล่าวถึงการบริหารน้ำในคลอง กทม. ว่า ได้พร่องน้ำตามความเหมาะสมแล้ว แต่เมื่อมีปริมาณน้ำเข้ามามากก็จำเป็นต้องบริหารจัดการตามสถานการณ์ รวมถึงต้องพิจารณาปัจจัยเรื่องน้ำขึ้น-น้ำลงในแต่ละพื้นที่ด้วย
เมื่อถามถึงเสียงเรียกร้องจากประชาชนบางส่วนให้ นายกรัฐมนตรี ปลดออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. นายชัชชาติกล่าวว่า “อันนี้ก็แล้วแต่นายกฯ ไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น” พร้อมยืนยันว่าไม่ท้อ และยังทำงานเต็มที่
ส่วนเสียงวิจารณ์ว่าการรับมือน้ำท่วมครั้งนี้ กทม. มีข้อผิดพลาดหลายจุด นายชัชชาติกล่าวว่า เคารพความคิดเห็นของทุกคน ทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ พร้อมระบุว่า กทม. สามารถตอบคำถามได้ว่าเกิดอะไรขึ้นและกำลังดำเนินการอะไรอยู่



















