“อนุทิน” แจงดราม่าย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง ยันเป็นอำนาจอธิบดีกรมการปกครอง-ปลัดมหาดไทย ไม่ใช่คำสั่งนายกฯ ชี้สถานการณ์น้ำท่วมต้องตัดสินใจฉับไว เปรียบ ผวจ.เป็นแม่ทัพ หากเห็นว่าขุนพลทำงานไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยน ย้ำไม่มีการเมืองหรือกลั่นแกล้ง พร้อมเร่งแก้น้ำท่วมหลายจังหวัด
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 8 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสดราม่าในโลกโซเชียลมีเดีย กรณีกรมการปกครองมีคำสั่งย้ายนายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีดังกล่าว นายอนุทินชี้ไปยังนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งยืนอยู่ด้านหลังวงสัมภาษณ์ พร้อมกล่าวว่า “ไปถามสิคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง”
จากนั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่คำสั่งของนายกรัฐมนตรี โดยผู้มีอำนาจดำเนินการคือ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง และปลัดกระทรวงมหาดไทย หลังผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีทำหนังสือขอให้พิจารณาย้ายนายอำเภอออกจากพื้นที่ เนื่องจากอยู่ในสถานการณ์ภัยพิบัติ
นายอนุทินกล่าวว่า เมื่อจังหวัดใดประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย จะต้องมีผู้บัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่ตามกฎหมาย ซึ่งกรณี จ.ปราจีนบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดถือเป็นผู้รับผิดชอบสถานการณ์และได้เสนอเรื่องไปยังอธิบดีกรมการปกครอง โดยการพิจารณาย้ายเป็นไปตามสถานการณ์และอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
“ไม่มีเวลาไปตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ มันเป็นสถานการณ์ประสบภัยฉุกเฉิน ต้องทำให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือโดยฉับพลันทันด่วน” นายอนุทินกล่าว
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้ให้นโยบายปลัดกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าการดำเนินการเป็นไปตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานหรือไม่ หากไม่เป็นไปตามนั้นก็ไม่ควรมีการคืนตำแหน่งเดิม พร้อมระบุว่า จากการชี้แจงของปลัดกระทรวงมหาดไทย นายอำเภอคนดังกล่าวดำรงตำแหน่งเดิมมาประมาณ 5 ปี และถึงวาระที่ควรโยกย้ายตั้งแต่ปีที่ผ่านมาแล้ว
“ในเมื่อ ผวจ.บอกขอย้ายบุคลากร ก็ย้ายไปอีกอำเภอหนึ่ง สลับตำแหน่งกัน ก็ไม่ได้มีความเสียหาย ยังคงเป็นนักบริหารระดับสูง เรื่องนี้ก็น่าจะจบไปได้แล้ว ไม่มีประเด็นอะไรอีกแล้ว” นายกรัฐมนตรีกล่าว
เมื่อถามว่ากระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลมีเดียมีมากขึ้น จำเป็นต้องให้อธิบดีกรมการปกครองออกมาชี้แจงหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในขอบเขตอำนาจของอธิบดีกรมการปกครองและปลัดกระทรวงมหาดไทย อีกทั้งไม่จำเป็นต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นเรื่องภายใต้การกำกับดูแลของปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นหัวหน้าส่วนราชการประจำ
ส่วนกรณีชาวบ้านระบุว่านายอำเภอคนดังกล่าวลงพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นายกรัฐมนตรีเคยกล่าวว่าไม่ได้ทำงานในพื้นที่นั้น นายอนุทินกล่าวว่า ตนต้องเชื่อข้อมูลจากผู้ว่าราชการจังหวัด เนื่องจากเป็นหนังสือราชการอย่างเป็นทางการ ประกอบกับข้อมูลจากผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย และนายอำเภอคนดังกล่าวก็อยู่ในช่วงเวลาที่ควรโยกย้ายอยู่แล้ว
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า ขณะนี้ควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ที่ยังประสบอุทกภัย โดยเฉพาะ จ.ฉะเชิงเทรา และนครนายก พร้อมย้ำว่าการช่วยเหลือประชาชนต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว
“งานอย่าเสียพอ สำคัญตอนนี้ไปเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัดที่น้ำยังไม่ลด… ผวจ. คือแม่ทัพในการแก้ไขปัญหา ฉะนั้นตอนนี้ถ้าแม่ทัพบอกขุนพลคนนี้ใช้ไม่ได้ ก็ต้องเชื่อแม่ทัพ ตามหลักทุกอย่างของการบริหาร” นายอนุทินกล่าว
ส่วนกรณีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ออกมาแสดงความเห็นว่าการย้ายนายอำเภอบ้านสร้างครั้งนี้ไม่เหมาะสม นายอนุทินกล่าวว่า นายสุทธิพงษ์แสดงความคิดเห็นในฐานะประชาชน ไม่ได้พูดในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากพ้นจากตำแหน่งมาแล้วประมาณ 2 ปี จึงถือเป็นสิทธิที่จะมีความคิดเห็น แต่รัฐบาลไม่ได้ให้น้ำหนักกับความเห็นดังกล่าว โดยจะพิจารณาจากสถานการณ์และการปฏิบัติงานในพื้นที่เป็นหลัก
นายอนุทินย้ำว่า น้ำหนักสำคัญอยู่ที่ผู้บัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งได้เสนอให้เปลี่ยนตัวบุคลากรในช่วงที่สถานการณ์น้ำท่วมใน อ.บ้านสร้างยังรุนแรง โดยบางพื้นที่ระดับน้ำยังสูงถึงระดับคอ จึงไม่สามารถเสียเวลาไปกับการตรวจสอบที่ใช้เวลานานได้
“ผมก็เป็นผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (ผบ.บกปภ.ช.) ด้วย ผมก็ต้องเชื่อคนที่มีอำนาจสูงสุดในพื้นที่ อย่าไปคิดอะไรมากเลย ไม่มีประเด็นการเมือง ไม่มีการกลั่นแกล้ง ผมจะไปกลั่นแกล้งอะไรระดับนายอำเภอ ทำไปผมได้อะไร” นายอนุทินกล่าว
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า จ.ปราจีนบุรีเป็นพื้นที่ที่ตนมีความคุ้นเคย และไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องเข้าไปกลั่นแกล้งหรือแสดงอำนาจ ขณะเดียวกันทุกฝ่ายควรมุ่งช่วยเหลือประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด พร้อมชื่นชมการทำงานของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรีและผู้ว่าราชการจังหวัดที่ทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ สามารถแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อถามย้ำว่านายกรัฐมนตรีมั่นใจหรือไม่ว่าข้อมูลที่นำมากล่าวในที่ประชุมและมีถ้อยคำค่อนข้างรุนแรงนั้นได้รับการตรวจสอบครบถ้วนแล้ว นายอนุทินย้ำว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ หากผู้บัญชาการสถานการณ์เห็นว่าบุคลากรคนใดไม่สามารถทำงานได้ ก็ต้องรับฟังและดำเนินการตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีระบุว่า การโยกย้ายครั้งนี้ไม่ได้เป็นการลงโทษ แต่เป็นเพียงการสลับตำแหน่ง โดยนายอำเภอคนดังกล่าวยังคงดำรงตำแหน่งนายอำเภอเช่นเดิม พร้อมย้ำว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของปลัดกระทรวงมหาดไทยและอธิบดีกรมการปกครอง และไม่ควรนำเรื่องในอดีตมาเชื่อมโยงกับการบริหารราชการในปัจจุบัน



















