บอร์ด สปสช. ไฟเขียวหนุนยา Risdiplam รักษาผู้ป่วย SMA ในระบบบัตรทอง วางกรอบงบฯ 5 ปีไม่เกิน 1,022 ล้านบาท

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“พัฒนา พร้อมพัฒน์” เผยบอร์ด สปสช. เห็นชอบสนับสนุนยา Risdiplam รักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA ภายใต้ระบบบัตรทอง วางกรอบงบประมาณ 5 ปีไม่เกิน 1,022 ล้านบาท รออนุมัติบรรจุเป็นยาบัญชีพิเศษ พร้อมพัฒนาระบบดูแลครบวงจร ตั้งแต่คัดกรอง วินิจฉัย รักษา และติดตามผลระยะยาว

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 10/2569 เมื่อวันที่ 7 ต.ค. มีมติเห็นชอบสนับสนุนโครงการยา Risdiplam สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด Spinal Muscular Atrophy (SMA) ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง โดยมีเงื่อนไขต้องได้รับอนุมัติจากคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ ให้เป็นยาในบัญชียาพิเศษประเภท “รายการยาสำหรับโครงการพิเศษของหน่วยงานของรัฐ” หรือ R1 ก่อนเริ่มดำเนินโครงการ

นายพัฒนา กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคหายากเป็นกลุ่มที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ แต่ยาที่ใช้รักษามีราคาสูง ส่งผลให้ผู้ป่วยและครอบครัวเผชิญอุปสรรคในการเข้าถึงการรักษา การวางระบบสนับสนุนจึงเป็นบทบาทสำคัญของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมติครั้งนี้ครอบคลุมทั้งกรอบงบประมาณ ระบบบริการ และการติดตามผล เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง

สำหรับงบประมาณดำเนินโครงการ บอร์ด สปสช. เห็นชอบให้ปรับเกลี่ยงบค่าบริการผู้ป่วยในปีงบประมาณ 2570 วงเงินไม่เกิน 142.0104 ล้านบาท พร้อมจัดทำคำของบประมาณเพิ่มเติมสำหรับปี 2571–2574 วงเงินไม่เกินปีละ 220.0134 ล้านบาท ส่งผลให้มีกรอบงบประมาณรวมระยะเวลา 5 ปี ไม่เกิน 1,022.0640 ล้านบาท ทั้งนี้ การจัดสรรงบประมาณในปีต่อไปต้องดำเนินการตามกระบวนการขอรับงบประมาณเพิ่มเติม

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า การสนับสนุนยาเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องเชื่อมโยงกับการดูแลผู้ป่วยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การคัดกรอง การวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงการประเมินผล บอร์ด สปสช. จึงมอบหมายให้คณะอนุกรรมการกำหนดประเภทและขอบเขตในการให้บริการสาธารณสุข ติดตามผลการดำเนินโครงการเป็นระยะ และทบทวนผลเมื่อดำเนินงานครบ 2 ปีหลังได้รับอนุมัติ ก่อนพิจารณาดำเนินโครงการในปีต่อไป โดยใช้ข้อมูลผลการรักษาและผลการดำเนินงานประกอบการตัดสินใจ

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการป้องกันการเกิดผู้ป่วยรายใหม่ โดยมอบหมายให้ สปสช. ประสานผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาแนวทางตรวจยีนของบิดาและมารดาผู้ป่วย SMA รวมถึงจัดลำดับความสำคัญของโรคหายากและกรอบงบประมาณ เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยมีความเหมาะสมและยั่งยืน

ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเสนอโดยผู้เชี่ยวชาญจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับสมาคมกุมารประสาทวิทยา โดยออกแบบระบบดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ครอบคลุมการคัดกรองทารกแรกเกิด การตรวจยืนยันทางพันธุกรรม การจัดทำทะเบียนผู้ป่วยระดับประเทศ การรักษา และการติดตามสมรรถภาพการเคลื่อนไหว

กลุ่มเป้าหมายของโครงการประกอบด้วยผู้ป่วยที่มีอาการตามเกณฑ์ที่กำหนด และผู้ป่วยระยะก่อนแสดงอาการที่ตรวจพบจากการคัดกรองและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ทางพันธุกรรม โดยทุกรายต้องผ่านการวินิจฉัยยืนยันและประเมินความเหมาะสมทางการแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษา ทั้งนี้ ข้อเสนอโครงการฉบับปรับปรุงคาดว่าในปีแรกจะครอบคลุมผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาประมาณ 140 ราย พร้อมเก็บข้อมูลผลลัพธ์ในระยะยาว เพื่อสร้างหลักฐานด้านประสิทธิผล ความปลอดภัย และรูปแบบการจัดบริการที่เหมาะสมกับบริบทประเทศไทย

ทั้งนี้ ยา Risdiplam เป็นประเด็นที่เครือข่ายผู้ปกครองและผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA ผลักดันให้เกิดการสนับสนุนภายใต้ระบบบัตรทอง โดยเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2569 ผศ. ดร.อดิศร บูรณวงศ์ ประธานกลุ่มผู้ปกครองและผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA แห่งประเทศไทย ได้นำผู้ป่วยและเครือข่ายกว่า 30 คน เข้ายื่นหนังสือต่อ สปสช. ก่อนการประชุมบอร์ด โดยมีนายพัฒนาเป็นผู้รับหนังสือ เพื่อเรียกร้องให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาที่จำเป็นและลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img