“สมชัย” ชี้ กกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจรับสมัคร-วินิจฉัยคุณสมบัติผู้สมัคร สว. ตั้งข้อสังเกตหวังสกัดการตรวจสอบจากศาลฎีกา เตือนแม้ศาลรับคำร้อง ก็ไม่ได้หมายความว่า กกต.จะพ้นจากการถูกตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กกต. ในการรับสมัครและพิจารณาคุณสมบัติผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยมองว่าเป็นความพยายามใช้ประเด็นทางกฎหมายเพื่อจำกัดการตรวจสอบจากองค์กรอื่น ท่ามกลางการดำเนินคดีเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้สมัคร สว. ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา
นายสมชัยระบุว่า ควรชื่นชมฝ่ายกฎหมายของ กกต. ที่หยิบประเด็นเรื่องขอบเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ได้ให้อำนาจเข้าไปแทรกแซงการพิจารณาคดีของศาลฎีกา มาใช้ประกอบการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อหวังให้มีการวินิจฉัยประเด็นที่อาจส่งผลต่อกระบวนการไต่สวนคดีคุณสมบัติผู้สมัคร สว. ที่กำลังดำเนินอยู่
สำหรับที่มาของเรื่อง นายสมชัยยกตัวอย่างกรณีผู้สมัคร สว. กลุ่ม 10 ซึ่งเป็นกลุ่มวิสาหกิจที่ไม่ใช่ขนาดกลางและขนาดย่อม โดยระบุว่า มีผู้สมัครบางรายที่ประกอบอาชีพเป็นเจ้าของแผงขายหมูในตลาด และลูกจ้างร้านขายก๋วยเตี๋ยว แต่ได้รับการรับสมัครจาก กกต. ระดับอำเภอ ขณะที่มีผู้ร้องคัดค้านคุณสมบัติ และ กกต. วินิจฉัยว่าสามารถสมัครได้ โดยให้เหตุผลว่าเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอรับสมัครแล้ว อีกทั้งมีการสอบถามข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ จึงถือว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติครบถ้วน
ต่อมามีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ซึ่งศาลรับคดีไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำ และกำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้อง รวมถึงนัดตรวจพยานหลักฐานของแต่ละฝ่าย ก่อนเตรียมเข้าสู่กระบวนการไต่สวนในเดือน พ.ย. 2569 โดยศาลมีแนวทางดำเนินกระบวนการเพื่อให้สามารถมีคำพิพากษาได้ก่อนสิ้นปี 2569
นายสมชัยระบุว่า นอกจาก กกต. จะยื่นคำคัดค้านต่อศาลฎีกาแล้ว ยังได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยอ้างอิงรัฐธรรมนูญมาตรา 210 (2) ซึ่งกำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา รัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ
อย่างไรก็ตาม นายสมชัยตั้งข้อสังเกตว่า บทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้ระบุให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของศาลฎีกาโดยตรง แต่สิ่งที่ กกต. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา คือการวินิจฉัยขอบเขตหน้าที่และอำนาจของ กกต. เอง ทั้งในระดับอำเภอ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรับสมัครและตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร และในระดับ กกต. กลาง ซึ่งมีหน้าที่วินิจฉัยเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการสมัคร สว.
นายสมชัยมองว่า การยื่นคำร้องดังกล่าวมีเป้าหมายให้ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า การดำเนินการเกี่ยวกับการรับสมัครและวินิจฉัยคุณสมบัติผู้สมัคร สว. เป็นอำนาจโดยสมบูรณ์ของ กกต. ซึ่งไม่อาจถูกองค์กรอื่นเข้ามาตรวจสอบได้ แม้การปฏิบัติหน้าที่จะมีข้อบกพร่อง หรือถูกตั้งข้อสงสัยว่าไม่เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่สุจริตก็ตาม
อดีต กกต. ยังเตือนว่า ต้องจับตาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะแม้ศาลอาจรับคำร้องและวินิจฉัยว่า กกต. มีหน้าที่และอำนาจในเรื่องดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการตัดอำนาจหน้าที่ขององค์กรอื่นในการตรวจสอบ หากพบว่าการดำเนินการของ กกต. ไม่ถูกต้อง
นายสมชัยย้ำว่า บ้านเมืองไม่ควรมีองค์กรใดที่มีอำนาจสมบูรณ์โดยปราศจากการตรวจสอบ พร้อมทิ้งท้ายให้ติดตามว่าการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ หรือกลับทำให้ข้อขัดแย้งรุนแรงมากขึ้น โดยระบุว่า “รอดูครับ ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะช่วยดับไฟ หรือช่วยโหมให้ไฟแรงขึ้น”



















