“กระทรวงพาณิชย์” เดินหน้าเครื่องยนต์เศรษฐกิจ มั่นใจเจรจาการค้าสหรัฐฯ ในหลักการลงตัว เร่งสปีดเก็บตกรายละเอียดทางเทคนิคก่อนประกาศมาตรการ Section 301 พร้อมพลิกวิกฤตสินค้าสวมสิทธิ์ดัน Local Content หนุนผู้ประกอบการไทยโตแกร่ง ด้าน EU เปิดฉากเจรจารอบที่ 10 ที่ภูเก็ตแล้ว หวังปิดดีลที่เหลือภายในปีนี้
วันที่ 28 ก.ย.2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาว่า เรื่องนี้จบไปตั้งแต่ ตอนนี้เป็นเรื่องของรายละเอียดทางด้านเทคนิค ที่จะต้องมีการตรวจสอบในรายละเอียด จากนั้นจะเป็นเรื่องของการประสานกันทั้งสองฝ่าย เพราะการเจรจาและดำเนินการใดๆ ต้องทำอย่างรอบคอบ ซึ่งในหลักการไม่ได้ติดขัดอะไร และในการประชุมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ มีโอกาสได้หารือกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ( USTR ) ซึ่งก็ไม่ได้ติดขัดอะไรเท่าไหร่ การพูดคุยทุกอย่างราบรื่นดี และให้ทีมงานดำเนินการต่อโดยมีเป้าหมายว่าจะต้องสำเร็จและจบให้ได้ ก่อนที่สหรัฐฯ จะประกาศผลการพิจารณาข้อไต่สวน 301 ว่าด้วยเรื่องของการขึ้นภาษีและการผลิตส่วนเกิน หรือเรื่องของแรงงานบังคับ
เมื่อถามว่า ผู้นำสหรัฐฯและจีนได้มีการผ่อนคลายเรื่องภาษี ประเทศไทยจะได้บรรยากาศที่ผ่อนคลายด้วยหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า เราต้องดำเนินการทางการค้ากับทั้ง 2 ประเทศ ในบริบทที่จะส่งผลประโยชน์ร่วมกัน โดยหลักใหญ่ทั้งของสหรัฐฯ และและจีนคือเรื่องสินค้าสวมสิทธิ์ที่มีความกังวลในเรื่องนี้ โดยเรามีมาตรการดูแลในเรื่องนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้เพิ่มผลผลิตหรือสินค้าที่เป็นของไทยมากขึ้น หากขั้วอำนาจสองประเทศนี้ตกลงกันได้ สิ่งที่เราจะดำเนินการจะเกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการไทย ที่จะใช้คอนเทนต์ของเรามากขึ้น
สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับปัญหาการสวมสิทธิสินค้านั้น ไทยมีมาตรการกำกับดูแลรองรับอยู่แล้ว และมองว่าสถานการณ์นี้ถือเป็นโอกาสอันดีของไทยในการเพิ่มสัดส่วนการใชวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนผลิตภายในประเทศ (Local Content) ซึ่งจะส่งผลดีและเกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยโดยตรง
นางศุภจี ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการเจรจาเสรีการค้าระหว่างไทยและสหภาพยุโรปว่าในวันนี้การเจรจารอบที่ 10 ได้เริ่มขึ้นแล้วที่จ.ภูเก็ต โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยการประชุมได้จัดขึ้นตามกำหนดการระหว่างวันที่ 28 ก.ย.– 6 ต.ค.2569 โดยมีเป้าหมายเร่งปิดข้อบทที่เหลือเพื่อให้บรรลุข้อตกลงภายในปีนี้ โดยการเจรจาในครั้งนี้ตั้งเป้าหมายที่จะปิดดีลในการเจรจาให้ได้ในส่วนที่เหลืออยู่ประมาณ 1 ใน 3 ของข้อตกลงทั้งหมด ทั้งนี้ในวันพรุ่งนี้ตนเองจะเดินทางไปร่วมประชุมด้วย



















