นายกฯ โต้ “กรณ์ จาติกวณิช” วิจารณ์ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน B20-E20 แก้ปัญหาไม่ตรงจุด ชี้รัฐบาลต้องช่วยคนที่เดือดร้อนที่สุดก่อน ซัดคนมีฐานะไม่เข้าใจชีวิตเกษตรกรที่ต้องหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน ย้ำลดราคาน้ำมันช่วยลดต้นทุนการผลิต กระตุ้นความต้องการพืชผลทางการเกษตร และลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าจากต่างประเทศ
เมื่อเวลา 13.12 น. วันที่ 28 ต.ค.69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน B20 และ E20 ว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เนื่องจากเป็นน้ำมันที่มีผู้ใช้น้อย
นายอนุทินยิ้มและหัวเราะ ก่อนกล่าวว่า รัฐบาลต้องให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุดเป็นลำดับแรก พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่มีฐานะและไม่เคยใช้ชีวิตในชนบทอาจไม่เข้าใจความยากลำบากของเกษตรกรอย่างแท้จริง
“เราต้องช่วยคนที่เดือดร้อนที่สุดก่อน คนที่มีฐานะอย่างคนพูดไม่มีวันเข้าใจหรอก เพราะเขาไม่เคยอยู่ในชนบท ไปทำเกษตรก็ทำนิด ๆ หน่อย ๆ สมัยก่อน เอาไว้สร้างเป็นโปรไฟล์ขายข้าวเป็นแพ็ก ๆ แต่ไม่ใช่คนที่เป็นเกษตรกรที่ต้องหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน ลำบาก และทุกบาททุกสตางค์เป็นต้นทุน” นายอนุทิน กล่าว
นายกรัฐมนตรี อธิบายว่า การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน B20 และ E20 ซึ่งมีส่วนต่างราคาประมาณ 10 บาท จะช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงน้ำมันในราคาที่ลดลง และหากสามารถส่งเสริมให้มีการใช้น้ำมันทั้งสองประเภทเพิ่มขึ้น ก็จะช่วยกระตุ้นความต้องการพืชผลทางการเกษตรที่นำมาใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตเชื้อเพลิงดังกล่าวด้วย
นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อความต้องการพืชผลทางการเกษตรเพิ่มขึ้น ก็อาจส่งผลดีต่อราคาและรายได้ของเกษตรกร ขณะเดียวกัน การเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงดังกล่าวยังช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศได้อีกทางหนึ่ง
“นี่คือวิถีชาวบ้านและวิถีที่คนไทยทั่วไปได้ใช้ชีวิตอยู่ เพราะฉะนั้น สส.ที่เป็นคนเมืองและมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ คงเข้าใจชีวิตของเกษตรกรชาวนาชาวไร่และคนที่อยู่ในชนบทสู้ผมไม่ได้หรอก” นายอนุทิน กล่าว
ทั้งนี้ การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังนายกรณ์แสดงความเห็นต่อมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน B20 และ E20 โดยตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมของมาตรการ เนื่องจากน้ำมันทั้งสองประเภทมีผู้ใช้งานในวงจำกัด ขณะที่รัฐบาลยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวมุ่งช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรและสนับสนุนการใช้พลังงานที่ผลิตจากผลผลิตทางการเกษตร



















