​“วิป 3 ฝ่าย” บรรลุข้อตกลง เคาะกรอบซักฟอก 4+1 วัน รวม 72 ชั่วโมง ฝ่ายค้านได้ 51 ชม. ล็อควันช้าสุด 7-11 ธ.ค.

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

​“วิป 3 ฝ่าย” แถลงผล บรรลุข้อตกลงกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ ใช้สูตร 4+1 วัน รวม 72 ชั่วโมง ฝ่ายค้านจัดสรรเวลาเพิ่มเป็น 51 ชั่วโมง ครม. ชี้แจง 17 ชั่วโมง ปักป้ายช้าที่สุดวันที่ 7-11 ธันวาคมนี้ พร้อมส่งสัญญาณขอ ครม. ขยับวันให้เร็วยิ่งขึ้น 

วันที่ 28 ต.ค.2569 เวลา 14.55 น.ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) พร้อมด้วย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร (วิป 3 ฝ่าย) 

​โดยนายกรวีร์ กล่าวว่า ตนอยากจะขอขอบคุณ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประธานวิปฝ่ายค้าน และเกิดขึ้นตามความตั้งใจของพวกเราทั้งหมดได้  มีข้อคิดเห็นที่ตรงกันเกือบจะ 100% เหลือแต่เพียงเรื่องการคอนเฟิร์มเรื่องวันเล็กน้อยเท่านั้น

​นายพริษฐ์ กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติกำหนดกรอบเวลาการอภิปรายเป็น 4+1 วัน เป็นการเจอกันครึ่งทางจากเดิมที่ฝ่ายค้านเสนอ 5 วัน ฝ่ายรัฐบาล เสนอ 3 วัน รวม สำหรับการอภิปรายรวมแล้ว 72 ชั่วโมง แบ่งเป็น ฝ่ายค้าน  51 ชั่วโมง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสมัยการอภิปรายครั้งก่อน เพื่อให้มีเวลาในการตรวจสอบและตั้งข้อกล่าวหาซักถามรัฐบาลได้อย่างเต็มที่ ส่วนครม.ได้รับจัดสรรเวลาในการชี้แจง 17 ชั่วโมง และอีก 4 ชั่วโมงสำหรับฝ่ายประธาน โดย 3 วันแรก เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 – 03.00 น. ของวันถัดไป ส่วนวันที่ 4 ใช้เวลาตั้งแต่ 08.00 -23:00 น. ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการลงมติในวันที่ 5 ส่วนเรื่องวันที่เท่าไหร่นั้น ทุกฝายเห็นว่า ยิ่งเร็วยิ่งดี จึงเห็นพ้องกันตอกลับไปยังครม.ว่าเป็นวันที่  7–11 ธ.ค. 2569 แต่หากครม. สะดวกเร็วกว่านี้ก็ได้ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของทุกฝ่ายเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการจัดสรรเวลาในฝั่งของฝ่ายค้านนั้นต้องหารือกันในขั้นต่อไป รวมถึงการจัดสรรเวลาให้กับทางพรรคกล้าธรรมด้วย ซึ่งแสดงความประสงค์ว่าต้องการเวลาบางส่วนในการอภิปราย ส่วนสัดส่วนจะเป็นอย่างไรก็ต้องไปหารือกันอีกครั้ง เพราะเรียนตามตรงว่าขึ้นอยู่กับกรอบเนื้อหาการอภิปราย ซึ่งครั้งนี้เป็นญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ดังนั้นคนที่อภิปรายต้องเป็นคนที่ร่วมเสนอญัตติ และมีความเห็นไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย จึงต้องหารือกับพรรคกล้าธรรม

นายกรวีร์ กล่าวว่า ที่ประชุมมีข้อสรุปร่วมกันแทบจะ 100% ของทุกฝ่าย ซึ่งเวลาที่ฝ่ายค้านได้รับการจัดสรรเพิ่มข้น น่าจะเพียงพอให้ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบ ตั้งข้อกล่าวหา ซักถามรัฐบาลได้อย่างเต็มที่ ส่วนเวลาของฝั่งรัฐบาล ทั้งครม. และสส. ที่ได้รับก็คิดว่าเพียงพอในการชี้แจง ตอบข้อซักถามได้ ส่วนเรื่องวันเราเห็นตรงกันเบื้องต้นเพื่อเป็นหลักประกันว่าการอภิปรายจะเกิดขึ้นแน่นอน ช้าที่สุด คือ 7-11 ธ.ค. แต่ถ้าครม.สามารถจัดสรรเวลาที่เร็วกว่านี้ได้ก็ขอให้แจ้งกลับมาที่สภา

เมื่อถามถึงบรรยากาศในการหารือ 3 ฝ่ายวันนี้ หลังจาก 2 ครั้งแรกล่มไป นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนมองว่าเป็นเรื่องปกติของการหารือเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ต้องหารือกันหลายครั้ง ซึ่งวันนี้ก็ได้ข้อสรุปแล้ว หลังจากนี้จะได้โฟกัสที่เนื้อหา

ส่วนทางด้านนายกรวีร์ กล่าวว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ต่างฝ่ายต่างถอยกันมา ทางฝ่ายค้านต้องการเวลา เราก็ให้เวลาฝ่ายค้านได้มากพอสมควรที่จะสามารถทำหน้าที่ ต้องขอบคุณทุกฝ่าย ที่ทำให้การบรรยากาศการประชุมวันนี้เป็นไปด้วยดี.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img