“เจเศรษฐ์” นำทีมไทยร่วมประชุมระดับสูงของสมัชชาสหประชาชาติว่าด้วยความปลอดภัยทางถนน ประกาศร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายโลก ลดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 50% ภายในปี 2573
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ (United Nations Headquarters) นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนประเทศไทย พร้อมด้วย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง และนายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมระดับสูงของสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly High-Level Meeting) ว่าด้วยความปลอดภัยทางถนน (High-Level Meeting on Improving Global Road Safety) เพื่อร่วมประกาศเจตนารมณ์ของประเทศไทยในการขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนน และแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานร่วมกับประเทศสมาชิกจากทั่วโลก
การประชุมระดับสูงครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเร่งขับเคลื่อนความร่วมมือของประชาคมโลกในการบรรลุเป้าหมายสำคัญ คือการลดจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุทางถนนลงร้อยละ 50 ภายในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573) ตามกรอบทศวรรษแห่งการปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยทางถนน (Decade of Action for Road Safety 2021–2030) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยประเทศสมาชิกได้ร่วมกันหารือถึงแนวทางการส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนแบบองค์รวม การพัฒนาและบังคับใช้กฎหมายจราจร การกำหนดอัตราความเร็วที่เหมาะสม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัย การยกระดับมาตรฐานยานพาหนะ การพัฒนาระบบช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุหลังเกิดเหตุ ตลอดจนการผลักดันการรับรองปฏิญญาร่วม เพื่อเปลี่ยนคำมั่นสัญญาของประเทศสมาชิกไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในแต่ละประเทศ
ในการกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุม นายเจเศรษฐ์ได้สะท้อนแนวทางการดำเนินงานของประเทศไทยในการยกระดับความปลอดภัยทางถนน โดยเน้นว่า “พลังด่านชุมชน” เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนมาตรการด้านความปลอดภัยในระดับพื้นที่ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือของผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างใกล้ชิด

นายเจเศรษฐ์กล่าวว่า การสร้างความปลอดภัยทางถนนให้เกิดผลอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชนในระดับชุมชน ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนน
พร้อมกันนี้ ประเทศไทยยังเดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยภายใต้นโยบาย “Trusted Thailand” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในทุกมิติ ตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงระดับประเทศ ด้วยการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ
นายเจเศรษฐ์กล่าวย้ำว่า ประเทศไทยเชื่อมั่นว่า การลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน ต้องอาศัยทั้งนโยบายที่มีประสิทธิภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกระดับ โดยเฉพาะการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการป้องกันอุบัติเหตุและการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในสังคม
การเข้าร่วมการประชุมระดับสูงครั้งนี้ นับเป็นการตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยบนเวทีระหว่างประเทศ ในการร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีด้านความปลอดภัยทางถนน พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับนานาประเทศในการขับเคลื่อนเป้าหมายการลดจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุทางถนนลงร้อยละ 50 ภายในปี พ.ศ. 2573
ทั้งนี้ ประเทศไทยพร้อมนำองค์ความรู้ ข้อเสนอแนะ และแนวปฏิบัติที่ได้รับจากการประชุมมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศ ควบคู่กับการยกระดับการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันมาตรการด้านความปลอดภัยทางถนนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และร่วมบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประชาคมโลก ภายใต้เป้าหมายการลดจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุทางถนนลงร้อยละ 50 ภายในปี พ.ศ. 2573



















