รมว.ศึกษาธิการ เผยสถานศึกษากรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 155 แห่ง บางพื้นที่น้ำขังนาน 4–5 วันจนเริ่มส่งกลิ่นเหม็น พร้อมเร่งสำรวจความเสียหายของบประมาณกลาง ย้ำสัปดาห์นี้ยังไม่สามารถกลับมาเปิดเรียนได้ ต้องรอประเมินสถานการณ์หลังน้ำลด
เมื่อวนที่ 29 ก.ย.69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยว่า ก่อนหน้านี้กระทรวงศึกษาธิการได้ออก 5 มาตรการเร่งด่วนเพื่อดูแลสถานศึกษา นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยให้อำนาจสถานศึกษาพิจารณาหยุดการเรียนการสอนได้ตามสถานการณ์จริง เพื่อให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นหลัก
นายประเสริฐ กล่าวว่า ขณะนี้มีสถานศึกษาในกรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมประมาณ 155 แห่ง โดยบางพื้นที่มีน้ำท่วมขังต่อเนื่องมาแล้ว 4–5 วัน และเริ่มส่งกลิ่นเหม็น จึงได้สั่งการให้เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อรวบรวมข้อมูลขอรับการสนับสนุนงบประมาณกลางสำหรับการซ่อมแซมและฟื้นฟูสถานศึกษา
นอกจากนี้ โรงเรียนหลายแห่งยังถูกใช้เป็นทั้งสถานพักพิงสำหรับประชาชนและสถานที่จอดรถของผู้ได้รับผลกระทบ จึงกำชับให้สถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เข้ามาช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะการจัดตั้งโรงครัว การทำความสะอาดพื้นที่หลังน้ำลด รวมถึงการอำนวยความสะดวกและซ่อมบำรุงรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการของ ศธ.ที่ให้อาชีวศึกษาระดมกำลังช่วยซ่อมยานพาหนะและเร่งฟื้นฟูโรงเรียนหลังน้ำลด
ส่วนการช่วยเหลือประชาชน นายประเสริฐกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย และมีการระดมถุงยังชีพเพื่อส่งต่อให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
นายประเสริฐ กล่าวด้วยว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในกรุงเทพมหานครประมาณ 5 แห่ง พบว่าหลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมสูง แต่สถานการณ์ยังมีข้อดีอยู่บ้าง เนื่องจากโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาบางส่วนเข้าสู่ช่วงปิดภาคเรียนแล้ว ขณะที่นักเรียนระดับประถมศึกษาที่ได้รับผลกระทบและมีการสอบในช่วงนี้ จำเป็นต้องเลื่อนการสอบออกไปก่อน
สำหรับการกลับมาเปิดการเรียนการสอน นายประเสริฐยืนยันว่า ภายในสัปดาห์นี้ยังไม่สามารถกลับมาจัดการเรียนการสอนได้อย่างแน่นอน โดยจะต้องติดตามสถานการณ์น้ำและประเมินความพร้อมของแต่ละพื้นที่อีกครั้ง ขณะที่การประเมินมูลค่าความเสียหายของสถานศึกษาจะต้องรอให้น้ำลดลงก่อน จึงจะสามารถสำรวจและสรุปตัวเลขความเสียหายได้อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดหลักการให้สถานศึกษาปรับรูปแบบการเรียนการสอนและจัดการเรียนชดเชยตามความเหมาะสม เพื่อไม่ให้สถานการณ์น้ำท่วมกระทบต่อคุณภาพการศึกษาและการวัดประเมินผลของนักเรียน



















