สภาเกษตรกรแห่งชาติ ผนึกกำลัง ทีเส็บ-ภาครัฐ-เอกชนเปิดงาน “Agri Next Thailand 2026” มหกรรมเกษตรครบวงจรที่มุ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจปลดล็อกศักยภาพเกษตรกรไทย เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรท้องถิ่นสู่ตลาดโลกภายใต้แนวคิด From Local Value To Global Market
ท่ามกลางความท้าทายของตลาดโลก ภาคเกษตรไทยจำเป็นต้องเร่งเปลี่ยนผ่านจากการมุ่งเน้นปริมาณการผลิต สู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยใช้นวัตกรรมและการเชื่อมโยงตลาดเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน สภาเกษตรกรแห่งชาติ จึงได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ พร้อมภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน เปิดงานมหกรรมสินค้าเกษตรที่มุ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจ “Agri Next Thailand 2026” ภายใต้แนวคิด “From Local Value To Global Market” โครงการยกระดับเกษตรกรไทย สร้างมูลค่าสู่ตลาดโลก เพื่อเป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทานภาคเกษตร ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร ผู้ประกอบการแปรรูปสินค้า ผู้จัดจำหน่าย ไปจนถึงผู้ส่งออก พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการเจรจาธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งต่อยอดศักยภาพสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดสากล ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ
ทั้งนี้ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ในปี 2568 ไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มีมูลค่ารวม [1] 1,709,075 ล้านบาท แม้ภาพรวมจะหดตัวเล็กน้อย 0.4 % เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยการส่งออกสินค้าเกษตรหดตัว 4.1 % หลังขยายตัวต่อเนื่องตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร
ยังเติบโตได้ 4.1 % ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงโอกาสในการยกระดับภาคเกษตรไทย จากการส่งออกวัตถุดิบสู่การพัฒนาสินค้าแปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

นายโกศล ปัทมะ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า“การพัฒนาภาคเกษตรไทยจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กันทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การยกระดับมาตรฐานสินค้า และการสร้างโอกาสทางการตลาด เพื่อให้เกษตรกรสามารถรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจและความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้อย่างเข้มแข็ง ภาครัฐให้ความสำคัญกับการสนับสนุนที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกร ตั้งแต่การเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยี ไปจนถึงการพัฒนาศักยภาพในการประกอบอาชีพ เพื่อให้ภาคเกษตรไทยสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรในระยะยาว”
นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า “การเสริมสร้างศักยภาพให้เกษตรกรสามารถปรับตัวและเติบโตได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของตลาด คือสิ่งที่สภาเกษตรกรแห่งชาติให้ความสำคัญ จึงมุ่งสนับสนุนการยกระดับเกษตรกรจากผู้ผลิต สู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีได้อย่างแม่นยำโดยบูรณาการองค์ความรู้ การบริหารจัดการต้นทุน และมาตรฐานสินค้า ซึ่งสอดคล้องแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 – 2575 ของสภาเกษตรกรแห่งชาติ ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกร การพัฒนาสู่เกษตรสีเขียวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรสู่ตลาดโลก โดยมุ่งหวังให้เกิดผลลัพธ์สำคัญการเพิ่มรายได้ของเกษตรกร การยกระดับสินค้าและบริการภาคเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด การขยายตัวทางเศรษฐกิจภาคเกษตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับการสร้างโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงผู้ซื้อและเครือข่ายทางการค้าได้โดยตรง งาน Agri Next Thailand 2026 จึงเป็นเวทีในการต่อยอดอัตลักษณ์และทรัพยากรท้องถิ่นให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ และวางรากฐานการเติบโตให้เกษตรกรไทยได้อย่างยั่งยืน

นายสราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า “ทีเส็บให้การสนับสนุนการจัดงาน Agri Next Thailand 2026 เพื่อส่งเสริมการใช้อุตสาหกรรมไมซ์เป็นกลไกสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและเพิ่มมูลค่าให้ภาคเกษตรไทย ผ่านการเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้ซื้อและพันธมิตรทางธุรกิจ โดยเฉพาะกิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business Matching) ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงความต้องการของตลาด ขยายช่องทางการจำหน่าย และต่อยอดความร่วมมือทางการค้าอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยกระดับมาตรฐานและขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดสากล ตลอดจนผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจและนวัตกรรมเกษตรในภูมิภาคอย่างยั่งยืน”

สำหรับไฮไลต์ภายในงาน แบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก โดยโซนแรก : สินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูป รวบรวมสินค้าเกษตรจากเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยกว่า 100 ร้านค้าทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้เลือก ชม-ชิม-ช้อป ผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์และคุณค่าของวัตถุดิบไทย แบ่งเป็น 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ ได้แก่
- สินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น นำเสนอความโดดเด่นของผลผลิตและผลิตภัณฑ์จากแต่ละจังหวัด อาทิ สวนส้มโอไทยทวี
จ.นครปฐม, น้ำตาลมะพร้าว จากสหกรณ์การเกษตรประสานกสิกิจ จำกัด จ.สมุทรสาคร, เนื้อวากิวพรีเมียม
จากบริษัท หนองคาย วากิว จำกัด จ.หนองคาย, ไข่นกกระทาอนามัย จ.อ่างทอง, น้ำมะปี๊ดพร้อมดื่ม จากแรบบิท จันท์
จ.จันทบุรี, กล้วยหอมทองทอดกรอบ จากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกล้วยหอมทองปทุมรัตน์ จ.ปทุมธานี,
กาละแมกะทิสด จากร้านรุ่งสิริรักษ์ จ.ลพบุรี และใบบัวบกทอดกรอบ จากวิสาหกิจชุมชนเกษตรบ้านคลองหม่อมแช่ม จ.นนทบุรี เป็นต้น - สินค้าอินทรีย์ นำเสนอผลผลิตที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่และความต้องการด้านคุณภาพของตลาด อาทิ ข้าวกล้องมะลิแดง จากลานไรซ์ จ.ปราจีนบุรี, ผักกรอบ จากผักกรอบไพรทิพ จ.นครปฐม, กระเจี๊ยบเขียวสด ถั่วฝักยาว
มะเขือเปราะ ผักบุ้งจีน จากวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ตำบลราษฎร์นิยม จ.นนทบุรี เป็นต้น - สินค้าผลิตภัณฑ์สมุนไพร แพทย์แผนไทยและความงาม ที่สะท้อนศักยภาพการต่อยอดวัตถุดิบทางการเกษตร
สู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม อาทิ ยาดมกลิ่นส้มโอ จากกุลแก้วเฮิร์บ จ.ชัยนาท, ยาหม่องผสมไพล จากวิสาหกิจชุมชนเกษตรวังน้อยพัฒนา จ.พระนครศรีอยุธยา, สบู่รังไหม จากวิสาหกิจชุมชนรังไหมประดิษฐ์ จ.สระบุรี และดินสอพองขมิ้นมะนาวน้ำผึ้ง จากผ่องเฮิร์บ จ.ลพบุรี เป็นต้น

โซนที่ 2 : เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เจาะลึกทิศทางตลาดเกษตรไทยสู่ตลาดโลก เปิดมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
ในแวดวงธุรกิจ ผ่านหัวข้อ “Meet the Buyers: สินค้าเกษตรแบบไหนที่ตลาดต้องการ”โดยคุณไพโรจน์ คล้ายแก้ว หัวหน้าฝ่ายบริหารความสัมพันธ์ภาครัฐและพันธมิตร ผู้แทนจากบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ร่วมเผยแนวโน้มความต้องการสินค้าเกษตรจากตลาดค้าปลีก พร้อมถอดบทเรียนความสำเร็จของ April’s Bakery โดยคุณอร-กนกกัญจน์ มธุรพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงหา ฟู้ด อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ต่อยอดวัตถุดิบท้องถิ่นสู่แบรนด์เบเกอรี่มูลค่าพันล้าน พร้อมเปิดแนวคิด “ถอดรหัสคนรุ่นใหม่ เปลี่ยนคุณค่าท้องถิ่นสู่เกษตรมูลค่าสูงในตลาดโลก” ร่วมกับคุณณัฐวุฒิ จันทร์เรือง คุณเพ็ชร-ฐกฤต ตะวันพงค์ และคุณน้ำ-รพีภัทร เอกพันธ์กุล เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเปิดมุมมองการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรให้ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่

โซนที่ 3 : Business Matching เชื่อมเกษตรกรไทยสู่โอกาสทางธุรกิจ เปิดเวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการ และคู่ค้าทางการค้า เพื่อขยายช่องทางจำหน่าย การเชื่อมโยงการให้บริการเทคโนโลยีและนวัตกรรมภาคเกษตรพร้อมสร้างเครือข่ายพันธมิตรและต่อยอดสินค้าไทยสู่ตลาดที่กว้างขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยตั้งเป้าหมายสร้างมูลค่าการซื้อขายภายในงานกว่า 50 ล้านบาท และเกิดการจับคู่ธุรกิจสำเร็จกว่า 500 คู่
นอกจากนี้ อีกไฮไลต์ในงาน คือ กิจกรรม “Chef’s Table on the Future” ที่เชฟพลอยจาก MasterChef Thailandได้รังสรรค์เมนูจากวัตถุดิบเกษตรไทย เพิ่มมูลค่าผลผลิตท้องถิ่นผ่านอาหารร่วมสมัย อาทิ เมนูไก่งวงย่างซอสโกโก้มะขามเสิร์ฟพร้อมมันหวานบดและผักย่าง, เนื้อวัวย่างซอสสาโท โรยข้าวคั่วและมะแขว่น และช็อกโกแลตมูสโกโก้ ครีมมะพร้าวน้ำหอม และคาราเมลสาโท โดยเลือกใช้วัตถุดิบจากแหล่งผลิตในประเทศ อาทิ ไก่งวงจากราชบุรี เนื้อวัวจากหนองคาย มะพร้าวน้ำหอมจากราชบุรี โกโก้จากเชียงใหม่ และสาโทจากแพร่ นำเสนอความหลากหลายของวัตถุดิบไทยผ่านเมนูสร้างสรรค์ที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการเพิ่มมูลค่าและสร้างความแตกต่างให้สินค้าเกษตรไทย
การจัดงาน Agri Next Thailand 2026 นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงศักยภาพของภาคเกษตรไทยเข้ากับโอกาสทางธุรกิจ ผ่านความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายเกษตรกรทั่วประเทศ ที่ร่วมกันส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์การประยุกต์ใช้นวัตกรรม และการขยายช่องทางการตลาด เพื่อผลักดันให้สินค้าเกษตรไทยสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและแข่งขันได้ในตลาดโลก พร้อมวางรากฐานสู่การเติบโตของภาคเกษตรที่เข้มแข็ง สร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
#AgriNextThailand2026 #สภาเกษตรกรแห่งชาติ #FromLocalValueToGlobalMarket



















