“สว.สำรอง” แฉเดือด! มีไอ้โม่ง “กางเกงขาสั้น” บงการเป่าคดีฮั้ว สว. จี้ดัดหลัง 5:2 ลั่นเอาผิด ม.157 ลากไส้ กกต. ปล่อยผีเข้าสภา!

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“อัครวัฒน์” นำทีม สว.สำรอง เปิดหน้าชน ตั้งโต๊ะแถลงสับ กกต. ชุดปัจจุบัน ยื่นคำขาดจี้ “ฐิติเชษฐ์” ถอนตัววินิจฉัยคดี แฉซ้ำมีขบวนการ “คนกางเกงขาสั้น” สั่งการเบื้องหลัง หวังโหวต 5:2 ล้มคดีฮั้ว สว. พร้อมชงเลิกจ้างเลขาฯ “แสวง” ปมหลุดปากปล่อยผ่านโพยคูหา ลั่นพรุ่งนี้บุกยื่น กมธ.กิจการศาลฯ เช็กบิลด่วน

วันที่ 8 มิ.ย.2569 เวลา 15.20 น. ที่รัฐสภา นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง พร้อมกลุ่ม สว.สำรอง แถลงข่าวถึงพฤติการณ์กรณีนายฐิติเชษฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกส.ส่อละเว้นหน้าที่ และเอื้อประโยชน์ฮั้วเลือก สว.หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อกระบวนการเลือก สว.ซึ่งนายฐิติเชษฐ์ และนายแสวง เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ซึ่งส่อไปในทางขัดกันแห่งผลประโยชน์ และอาจเข้าข่ายความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทั้งละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และประวิงเวลาการจับโพยในคูหา ซึ่งนายฐิติเชษฐ์ ได้สร้างภาพลักษณ์ความเด็ดขาดผ่านสื่อด้วยการเดินตรวจคูหาและยึดหลักฐานโพยรายชื่อจัดตั้งได้ แต่ผลลัพธ์ในทางปฏิบัติกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง

นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ทั้ง 2 ยังมีข้อพิรุธทางกฎหมาย ซึ่ง กกต.มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา แต่เมื่อพบหลักฐานซึ่งหน้าว่า เข้าข่ายความผิดการฮั้ว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.มาตรา 77 กลับไม่มีการสั่งระงับ ยับยั้ง ซักถาม หรือส่งตัวดำเนินคดีทันที และยังปล่อยให้กระบวนการ ลากยาว 2 ปีแล้ว จน สว.เข้าปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งพฤติกรรมนี้ ส่อเจตนาประวิงเวลา หรือเป่าคดี เพื่อเอื้อประโยชน์ให้การเลือก สว.ที่ไม่โปร่งใสผ่านพ้นไป เข้าข่ายความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า เลขาธิการ กกต.ยังไฟเขียวปล่อยผ่าน ถือว่าเป็นการส่อพฤติการณ์สนับสนุนให้โกงสำเร็จ ทั้งที่ข้อเท็จจริงมีการแจ้งเบาะแสล่วงหน้า แล้วแต่กลับมีคำสั่งหรือคำพูดในลักษณะปล่อยผ่านให้กระทำผิด เช่น กรณีที่เลขาธิการ กกต.ระบุเขาทำมาแล้ว ปล่อยให้เขาเอาเข้าไปเถอะ ซึ่งผลตามกฎหมายถือเป็นการจงใจละเลยต่อหน้าที่ เข้าข่ายความผิดตาม มาตรา 157 และอาจมองได้ว่าเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้สมัครรายอื่น กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งได้สำเร็จทั้งที่บทบาทของนายแสวง เป็นผู้อำนวยการการเลือกระดับประเทศ

นายอัครวัฒน์ กล่าวอีกว่า กระบวนการทำงานของ กกต.ชุดนี้ ยังเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน และปรากฏระบบพรรคพวก ซึ่งกระบวนการทำงานของ กกต.ชุดนี้ ถูกเคลือบแคลงสงสัย เรื่องความซื่อสัตย์สุจริตขั้นพื้นฐานผ่าน 2 ประเด็นฉาว ทั้งการวิ่งเต้น สตง.ในข้อร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรม ที่เชื่อมโยงกับการติดสินบนเจ้าหน้าที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อหวังผลในการเลื่อนตำแหน่งหรือเคลียร์ ซึ่งหากเป็นจริงถือว่าขาดคุณสมบัติทางจริยธรรมร้ายแรง และการรักษาผลงานเพื่อรักษาฐานอำนาจ ที่นายฐิติเชษฐ์ มีบทบาทในการประเมินผลงานของนายแสวง ให้ผ่านในระดับดีเยี่ยม ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนต่อความล้มเหลวในการจัดเลือกตั้ง สว.ซึ่งถูกมองเป็นการตอบแทนและช่วยเหลือกันเพื่อรักษาฐานอำนาจภายใน ซึ่งหากผลการประเมิน กกต.ของคนอื่น ๆ แล้ว นายแสวง ไม่ควรผ่านการประเมินปี 2568 ต้องเลิกจ้าง

นายอัครวัฒน์ กล่าวต่อว่า ยังพบข้อเรียกร้อง และสิ่งดำเนินการในปัจจุบันมีหลักฐานซึ่งหน้า แต่กลับไม่มีการจัดการ หรือมีคนแจ้งเตือนแต่ยังปล่อยให้กำเนินการ ซึ่งพฤติการณ์ร่วมกันนี้ มีน้ำหนักเพียงพอที่จะระบุว่า กกต.สมรู้ร่วมคิดให้การโกงเลือกตั้ง สว.สำเร็จลุล่วง ดังนั้น เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อผู้ร้องคัดค้านทุกคน จึงขอเรียกร้องให้นายฐิติเชษฐ์ นุชนาฏ กรรมการ กกต.ถอนตัวและไม่เข้าร่วมพิจารณาวินิจฉัยคดีฮั้ว สว.ทุกกรณี เพื่อป้องกันปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน และปัจจุบันกลุ่มผู้สมัคร สว.ที่ได้รับผลกระทบและนักเคลื่อนไหว ได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางฐานความผิดประมวลกฎหมายอาฐา มาตรา 157 และยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อตรวจสอบจริยธรรมร้ายแรงและการขัดกันแห่งผลประโยชน์แล้ว ซึ่งหาก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ทั้ง 2 คน อาจต้องพ้นจากตำแหน่งและถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง

นายอัครวัฒน์ ยังเรียกร้องไปถึงคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ทำหน้าที่ตรวจสอบและสรุปสำนวนคดีฮั้ว สว.แล้ว ให้ส่งศาลฎีกาพิจารณาต่ออย่าเล่นกับไฟ เพราะมีกระแสข่าวว่า มีบุคคลนอกที่ชอบใส่กางเกงขาสั้น มาบัญชาการ และมีกระแสข่าวว่า จะมีการลงมติ 5:2 ให้ยกคำร้อง พร้อมยังตังข้อสังเกตการทำหน้าที่ของนายฐิติเชษฐ์ ที่ครบวาระแล้ว แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยวิธีพิเศษ ที่ให้สมาชิกวุฒิสภา ไม่ให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะมาทำหน้าที่ กกต.คนใหม่แทนนายฐิติเชษฐ์ ทำให้นายฐิติเชษฐ์ ยังต้องปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าวุฒิสภา จะเห็นชอบ กกต.คนใหม่  ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (9 มิ.ย.) ตนจะนำเรื่องดังกล่าวมายื่นต่อคณะกรรมาธิการ(กมธ.)กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฏรด้วย

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img