ปัญหาสารพัดรุมเร้า“รัฐบาลอนุทิน 2” ถอย AI Passport ก่อนรับมือไม่ไหว

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เทพไท” ยำใหญ่ปัญหาสารพัดรุมเร้า “รัฐบาลอนุทิน 2” ทั้งเรื่อง “พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน-คดีบัตรเลือกตั้ง-แลนด์บริดจ์-ไอ้โม่งตุนน้ำมัน-คดีฮั้ว สว.-คดีเขากระโดง-ปัญหาผู้มีอิทธิพล” ที่แต่ละเรื่องรอการแก้ไข แนะให้ถอยโครงการ “TH-AI Passport” เหตุมีกระแสต่อต้านมากมาย และอาจเป็นชนวนให้ปัญหารุมเร้าจนรัฐบาลรับมือไม่ไหว สุดท้ายต้องมีอันเป็นไป

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช แสดงความเห็นเรื่อง “เตือนรัฐบาล ถอย AI Passport ดีกว่ามั้ย?” มีรายละเอียดว่า…“ถ้าพูดถึงความรู้สึก และความเชื่อมั่นของคนไทย ต่อรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ต้องยอมรับความจริงว่า “รัฐบาลอนุทิน 2” เข้ามาบริหารประเทศได้เพียง 3 เดือน แต่ประชาชนมีความรู้สึกว่า เป็นระยะเวลานาน เหมือนกับบริหารประเทศมาแล้ว 3 ปี เห็นว่ารัฐบาลมีปัญหามารุมเร้า และมีปัญหาที่รัฐบาลชุดนี้ต้องแก้ไขจำนวนมาก และยังไม่เห็นผลงานในด้านบวกของรัฐบาลชุดนี้เลย มีแต่ความรู้สึกด้านลบต่อรัฐบาลทั้งสิ้น และยิ่งปัญหาเฉพาะหน้าในตอนนี้ คือปัญหา TH-AI Passport ซึ่งมีกระแสคัดค้านต่อต้าน และตรวจสอบอย่างเข้มข้นมาก และถ้าดูท่าทีของนายกรัฐมนตรี และแกนนำฝ่ายรัฐบาลหลายคน ออกมาดันให้โครงการ AI พาสปอร์ตเดินหน้าต่อไป โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านเลย

ในฐานะเป็นนักการเมืองวิเคราะห์การเมืองอิสระ ได้เสนอเรื่องนี้หลายครั้งว่า อยากให้รัฐบาลทบทวน หรือชะลอโครงการ ถอยหลังไปตั้งหลักใหม่ ถ้ายังฝืนเดินหน้าต่อไป อาจจะกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล และอนาคตอนาคตทางการเมืองของนายไชยชนก ชิดชอบ ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) หมายมั่นปั้นมือจะให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในอนาคต ถ้ารัฐบาลชะลอ ถอยมาตั้งหลักใหม่ กลับมาทบทวน ไม่ใช่เรื่องที่เสียหาย เพราะที่ผ่านมา รัฐบาลก็ฟังเสียงประชาชนมาแล้ว ได้ทบทวนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ “บัตรคนจน” ที่มีการต่อต้านเงื่อนไขการนำชื่อพ่อ-แม่มาหักภาษีของลูก จะถูกตัดสิทธิ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รัฐบาลก็ถอยมาแล้วได้ทบทวนมาแล้ว นโยบายกัญชาเสรี ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของพรรคภูมิใจไทยมาตั้งแต่ต้น วันนี้รัฐบาลก็ถอย ถ้ารัฐบาลไม่รู้จักรุก ไม่รู้จักรับตามสถานการณ์ทางการเมือง ถ้ายังเดินหน้าต่อไป รัฐบาลกำลังมีปัญหาต้องเผชิญอีกหลายเรื่องมาก เช่น

1.กฎหมายพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่พรรคฝ่ายค้านยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ตีความว่า การกู้เงินออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ รัฐบาลก็ต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง

2.คดีบัตรเลือกตั้ง ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการพิมพ์คิวอาร์โค้ตหรือบาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลโดยตรง แต่มีผลกระทบต่อรัฐบาล ถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ก็ต้องกลับไปเลือกตั้งใหม่

3.เรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ แม้ว่านายอนุทินจะแต่งตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานคณะกรรมการศึกษาความเป็นไปได้แล้วก็ตาม แต่นายอนุทินได้แสดงจุดยืนในเวทีการประชุมอาเซียนฟิวเจอร์ ที่กรุงฮานอยว่า จะผลักดันเรื่องนี้ต่อไป ซึ่งรัฐบาลจะต้องเผชิญกับม็อบของประชาชน ที่นัดชุมนุมในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ เพื่อต่อต้านโครงการแลนด์บริดจ์ และโครงการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ หรือ SEC

4.ความล้มเหลวของรัฐบาลในการแก้ปัญหาพลังงาน ราคาน้ำมัน รวมไปถึงการจับ “ไอ้โม่ง” ที่กักตุนน้ำมันยังไม่ได้ ซึ่งประชาชนตั้งคำถาม และรอคำตอบว่า รัฐบาลจะจับ “ไอ้โม่ง” ที่กับตุนน้ำมันในช่วงน้ำมันขาดแคลนได้หรือไม่

5.คดีฮั้ว สว. บล็อคโหวต สว.เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ และวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง เรื่องการเป่าคดี ต้องการจะล้มคดี เพราะคดีฮั้ว สว.มีการเชื่อมโยงไปยังแกนนำพรรคภูมิใจไทย และรายชื่อของรัฐมนตรีบางคนในรัฐชุดนี้ ถ้ามีความผิดและข้อมูลสาวไปถึงแกนนำพรรคภูมิใจไทย ก็มีสิทธิ์ถูกยุบพรรคได้

6.คดีที่ดินเขากระโดง เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจในประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว แต่ไม่สามารถบังคับคดีได้ จนทำให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ต้องเดินหน้าไล่บี้และเอาผิดให้ได้ ทวงคืนที่ดินการรถไฟกลับคืนมาเป็นของรัฐ

7.เรื่องการปราบปรามมาเฟียในจังหวัดภูเก็ต รวมไปถึงชาวต่างชาติที่มายึดครองสร้างอิทธิพลในสถานที่ท่องเที่ยว เช่น อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี การโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ก็เป็นประเด็นเรื่องการปราบปรามมาเฟีย ผู้มีอิทธิพลว่า กระทบต่อแกนนำรัฐบาล หรือเป็นเรื่องภายในของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่

เพราะฉนั้นทั้งหมดนี้ นับว่าเป็นปัญหามากมายที่รุมเร้ารัฐบาลชุดนี้ จึงอยากจะให้รัฐบาลได้ชะลอ ทบทวนโครงการ AI พาสปอร์ตเสียก่อน ก่อนที่ทุกปัญหาจะมารุมเร้า จนรัฐบาลรับมือไม่ไหว และมีอันเป็นไปทางการเมืองได้”

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img