กองทัพบกยันทหารกัมพูชาเหยียบระเบิด ในพื้นที่ตนเอง-ไม่ใช่อาวุธจากฝ่ายไทย

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

โฆษกกองทัพบกยืนยันเหตุทหารกัมพูชาเหยียบกับระเบิดในฝั่งกัมพูชา ไม่ได้เกิดจากการใช้อาวุธของไทย พร้อมระบุไทยยึดข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด และยังไม่พบสัญญาณกัมพูชาพยายามยกระดับสถานการณ์เป็นการปะทะ มองเป็นความพยายามสื่อสารสร้างการรับรู้ในเวทีระหว่างประเทศมากกว่า

เมื่อวันที่ 6 ก.ค.69 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีเกิดเหตุทหารกัมพูชาเหยียบกับระเบิดในพื้นที่ฝั่งกัมพูชาเมื่อวันที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการใช้อาวุธของฝ่ายไทย

พล.ต.วินธัย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ได้ยินเสียงระเบิดซึ่งเกิดขึ้นภายในฝั่งกัมพูชา และมีลักษณะเช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ โดยในช่วงหลังเมื่อเกิดเสียงระเบิดในพื้นที่กัมพูชา มักมีการสื่อสารหรือส่งหนังสือในลักษณะที่ทำให้เข้าใจว่าอาจเป็นการใช้อาวุธจากฝ่ายไทย แม้จะไม่ได้ระบุยืนยันโดยตรงก็ตาม

โฆษกกองทัพบกยืนยันว่า เหตุระเบิดครั้งนี้เป็นเหตุที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ของกัมพูชาเอง และคาดว่าอาจเป็นอุบัติเหตุที่เกิดกับกำลังพล ซึ่งอาจเป็นเจ้าหน้าที่ที่เพิ่งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ พร้อมย้ำว่า นับตั้งแต่วันที่ 27 ที่ทั้งสองฝ่ายอยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง การใช้อาวุธจะต้องเกิดขึ้นจากเหตุผลและความจำเป็นอย่างแท้จริง ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่การใช้อาวุธ ไม่ว่าจะเป็นระเบิดหรืออาวุธรูปแบบใดจากฝ่ายไทยอย่างแน่นอน

พล.ต.วินธัย ยังยกตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ก่อนบริเวณห้วยตามาเรีย ซึ่งมีรายงานว่าเกิดเสียงระเบิด 3 ครั้ง โดยฝ่ายกัมพูชาได้ส่งหนังสือสอบถามในลักษณะเดียวกัน แต่กองทัพบกได้ยืนยันทุกครั้งว่าไม่มีการใช้อาวุธจากฝ่ายไทย

สำหรับกรณีที่กัมพูชาระบุว่าไทยใช้อาวุธหรือขว้างระเบิดนั้น พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมของฝ่ายไทยที่ผ่านมา เพราะแม้จะถูกยั่วยุหลายครั้ง ไทยก็ยังยึดแนวทางไม่ใช้กำลัง โดยทั้งสองฝ่ายอาจมีวิธีคิดและเหตุผลในการสื่อสารที่แตกต่างกัน แต่ฝ่ายไทยยึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก และปฏิบัติตามกรอบข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด จึงไม่มีการใช้อาวุธทั้งทางตรงหรือในลักษณะซ่อนรูป

พร้อมอธิบายว่า หลักการใช้กำลังตามกฎการปฏิบัติจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีกำลังของฝ่ายตนเองเผชิญภัยคุกคามโดยตรง ดังนั้น ข้อมูลที่ฝ่ายกัมพูชาเผยแพร่จึงไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่กัมพูชาจะพยายามดึงสถานการณ์กลับไปสู่การเผชิญหน้าทางทหาร พล.ต.วินธัย กล่าวว่า จากข้อมูลด้านการข่าวในขณะนี้ ยังไม่พบสัญญาณที่น่ากังวลในลักษณะดังกล่าว แต่มองว่าเป็นการใช้มิติด้านการสื่อสารมากกว่าการใช้กำลังทางทหาร โดยช่วงหลังเห็นได้ว่ากัมพูชาให้น้ำหนักกับการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ในเวทีระหว่างประเทศ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยกำลังดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาคมโลกอย่างต่อเนื่อง

สำหรับสถานการณ์ตามแนวชายแดน พล.ต.วินธัย กล่าวว่า กองทัพบกยังคงปฏิบัติตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารบกอย่างเคร่งครัด โดยเน้นการเฝ้าระวังและลาดตระเวนพื้นที่อย่างเข้มข้น ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคง การปรับปรุงเส้นทางลาดตระเวนและเส้นทางส่งกำลัง รวมถึงสนับสนุนภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดร่วมกับกองบัญชาการกองทัพไทยในบางพื้นที่

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลความปลอดภัยของประชาชน โดยทุกภารกิจต้องอยู่ภายใต้กรอบข้อตกลงหยุดยิง และถือเป็นภารกิจเร่งด่วนสูงสุดในขณะนี้

พล.ต.วินธัย ยอมรับว่า อาจเกิดเหตุขัดแย้งเฉพาะหน้าระหว่างกำลังพลของทั้งสองฝ่ายได้ เนื่องจากบางพื้นที่มีการปฏิบัติงานในระยะประชิดกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพียงการกระทบกระทั่งทางวาจา อย่างไรก็ตาม แต่ละพื้นที่มีชุดประสานงานที่สามารถเข้าคลี่คลายสถานการณ์ได้ ทำให้ทุกเหตุการณ์ยุติลงโดยไม่ลุกลามไปสู่การใช้กำลังหรือความรุนแรง.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img