“ปกรณ์”เตือนคนไทย“ต้องรู้เท่าทันโลก” พร้อมรับมือปิดช่องแคบฮอร์มุซรอบใหม่

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

”รองนายกฯ”เตือนปํญหาปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่เรื่องไกลตัว แนะคนไทยต้องรู้เท่าทันตระหนักถึงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงและรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่เหมือนเดิมได้

เมื่อวันที่ 12 ก.ค.69นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง “ปิดช่องแคบฮอมุสอีกแล้ว” เนื้อหาระบุว่า ปิดเพราะเหตุมีการใช้กำลังระหว่างกัน และคราวนี้ไม่รู้จะเปิดเมื่อไรเพราะเป็นการทำลายความไว้วางใจที่เคยมีให้กันไปจนหมดแล้ว

ตอนที่เขียนอยู่นี้ปฏิบัติการรอบที่สามกำลังดำเนินการ

Geopolitics ทำให้โลกมีความไม่แน่นอน ยิ่งมีการใช้กำลังของมหาอำนาจจะยิ่งทำให้ความไม่แน่นอนสูงมากขึ้น และยุ่งยากมากขึ้น มันส่งผลกระทบไปทั้งโลกและไม่ใช่สถานการณ์ปกติ

รัฐบาลเมื่อสิบยี่สิบปีย้อนหลังไปยังอยู่ในโลกที่ UN และกฎหมายระหว่างประเทศมีความเข้มแข็งตามสมควร การใช้กำลังระหว่างรัฐจึงมีน้อย และถ้ามี UN ก็จะเข้าแทรกแซง

แต่หลังจากปี 2022 เป็นต้นมา สถานการณ์ระหว่างประเทศทำให้เห็นชัดว่า UN และกฎหมายระหว่างประเทศไม่ได้เข้มแข็งอีกต่อไป โดยเฉพาะกับมหาอำนาจ ในทางกลับกัน UN และกฎหมายระหว่างประเทศกลายเป็นเครื่องมือที่มหาอำนาจใช้กดดันประเทศอื่น ประเทศกลาง ๆ และเล็ก ๆ

ผมจึงไม่แปลกใจที่คนจำนวนมากยังมีความเห็นว่าสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญยังห่างไกลกับคำว่าวิกฤติที่เราเคยเผชิญกันมา อันเป็นวิกฤติเนื่องจาก moral hazard ในระบบเศรษฐกิจ ไม่มีปัจจัยการใช้กำลังโดยมหาอำนาจ และพื้นที่ความขัดแย้งห่างไกลจากเรามาก ไม่ได้กระทบกับเราตรง ๆ เรายังใช้ชีวิตกันได้ปกติ

ผลกระทบที่มีคือข้าวของแพงขึ้น ก็ควบคุมราคาสิ ก็หามาเพิ่มสิ ตามหลัก demand v supply ตามปกติ และเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องดูแล ซึ่งก็ไม่ผิดที่จะเข้าใจเช่นนี้ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ยังเข้าใจว่าระบบระหว่างประเทศเป็นเรื่องไกลตัว

แต่ในโลกความเป็นจริง ความอ่อนแอของระบบระหว่างประเทศนี้เองมันกระทบต่อโครงสร้างของ supply chain ทางเศรษฐกิจของระบบการค้าเสรี (free trade) ของโลกที่ตั้งไข่กันมาตั้งแต่การประชุมที่ Bretton Woods ในปี 1944 จนมามีคำว่า globalization ติดปากมาเมื่อยี่สิบปีก่อน globalization ถูก disrupted ไปแล้วตั้งแต่เกิด Trade War ครั้งแรก และ Brexit ในปี 2018 และเมื่อสิ่งที่มันเคย free flow ต้องหยุดชะงัก ความขัดข้องของระบบ free trade มันจึงส่งผลกระทบต่อทุกประเทศแบบฉับพลันทันที รัฐบาลของทุกประเทศในโลกจึงต้องรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างโกลาหล จนบัดนี้ก็ยังทุลักทุเลกัน ยังไม่นับรวมถึงปัญหาภายในอื่น ๆ ที่หมักหมมกันมานนมนาน

แต่เรื่องนี้ไม่อยู่ในเรดาร์ความสนใจของคนส่วนใหญ่ จึงยังเข้าใจว่าทุกอย่างมันยังปกติ ยังคิดว่าจะใช้วิธีการเดิม ๆ มาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้

เหมือนนักท่องเที่ยวมองเห็นภูเขาไฟลูกใหญ่ที่ดูสงบเงียบ มันสวยงาม ยิ่งใหญ่ น่าจดจำ ขณะที่นักธรณีวิทยามองภูเขาไฟนั้นด้วยความกังวลว่าเมื่อไรมันจะปะทุขึ้นมา มันส่งสัญญาณออกมาหลายครั้งแล้ว ถี่ขึ้นเรื่อย ๆ เพราะการปะทุแต่ละครั้งมันคือความเสียหายครั้งใหญ่ ความสงบของภูเขาไฟมันอาจเป็นเวลาหลายชั่วคน จนคนรุ่นปัจจุบันไม่มีทางเข้าใจหรือสัมผัสได้ว่าความโกรธเคืองของภูเขาไฟนั้นมันน่าสรึงกลัวอย่างไร

การเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์ เราต้องรู้เท่าทันและตระหนักถึงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย จะได้รับมือกับสถานการณ์ที่ไม่เหมือนเดิมได้

สิ่งเดียวที่ดูจะเหมือนเดิมตลอดกาลคือก๋วยเตี๋ยวราดหน้าที่ยังคงประกันว่าเป็นสูตร 40 ปีมาตลอดตั้งแต่ผมจำความได้

จนบัดนี้ก็ยังโฆษณาว่ามันสูตร 40 ปีอยู่นั่นแหละ 555

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img