’สส.พรรคส้ม‘ ให้คะแนน3เดือน ‘โสภณ’ สอบตก ผ่านกฎหมายน้อย-ทำโครงการไม่เกี่ยวข้อง -ใช้งบไม่ตรงจุด จวกแรงสภาฯถึงจุดต่ำสุด เซ็นเซอร์สไลด์สส. ขอทำโปร่งใส อย่าแค่พูดคำสวยหรู เปิดโอกาสให้สส. ทำงานเต็มที่ เชื่อไม่มีใครเป็นกลาง แต่ขอให้ยึดหลักการชัดเจน ยก ‘ชวน’ ต้นแบบประมุขนิติบัญญัติ
เมื่อวันที่ 13ก.ค.69 ที่รัฐสภา นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.พรรคประชาชน กล่าวถึงการประเมินการทำงาน ขอนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังปฏิบัติหน้าที่มาแล้ว 3 เดือน ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ โดยนายเท่าพิภพได้ถอนหายใจ ก่อนกล่าวว่า ด้วยความเคารพ ท่านก็จะบอกว่าท่านทำงานหนัก ก็คิดว่าท่านคงทำงานหนัก แต่เหมือนที่พูดไปในหลายครั้งในเรื่องงบประมาณ ตอนนี้ตนอยู่คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตนได้ถามเรื่องงบประมาณหรือโครงการต่าง ๆ ที่เป็นโครงการอะไรก็ไม่รู้ซึ่งไม่เกี่ยวเลย ทั้ง ป.ป.ช. หรือ กกต. บางครั้งไปทำโครงการใช้งบประมาณโดยไม่เกี่ยว
นายเท่าพิภพ กล่าวต่อว่า ถามว่าอย่างรัฐสภา ผลผลิตของเราคือเป็นตัวแทนพี่น้องของประชาชนการทำกฎหมายออกมาได้ไว เหมือนห้องผลิตกฎหมายของประเทศ สุดท้ายงบประมาณใด ๆ คนเกี่ยวเนื่องกับการเพิ่มประสิทธิภาพตรงนั้นไม่ใช่เรื่องการไปทำ แค่เรื่องเต้น เคารพธงชาติ ถามว่าทำอย่างนั้นแล้วกฎหมายออกเร็วขึ้นหรือไม่ประสิทธิภาพการทำงานของ สส. หรือข้าราชการในสภาเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ สิ่งที่เราอยากเปลี่ยนคือสภาที่โปร่งใสมากขึ้น ไม่ได้มีคำพูดที่สวยหรูว่าเป็นสภาองค์กรคุณธรรม แต่ต้องออกแบบมาเพื่อประชาชน วันนี้ใครมาสภายังมีพื้นที่ปิดเยอะแยะ ประชาชนเข้ามาหาผู้แทนเขาไม่ได้ ตนไม่ได้กลัวประชาชนหรือว่าใครในนี้กลัวประชาชนตนก็ไม่ทราบ
“ถ้าประเมินมาเรียนตามตรงว่าสอบตก เราผ่านกฎหมายได้น้อยมาก เราใช้กระบวนการกรรมาธิการได้น้อยมากบางกรรมาธิการก็ไม่มีการถ่ายทอดสด อันนี้คือความโปร่งใสมันอยู่ตรงไหน การมีส่วนร่วมของประชาชนมาอยู่ตรงไหนก็ต้องกราบเรียนท่านประธานโสภณด้วยความเคารพ ทางเราฝ่ายค้านก็พร้อมทำงานร่วมมืออยู่แล้วอย่างแข่งขัน” นายเท่าพิภพ กล่าว
นายเท่าพิภพ กล่าวต่อว่า ตนอยากแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่เป็นนโยบายของพรรคประชาชน คงไม่ได้แก้ปัญหาแบบปะผุต่อไป การแก้ปัญหาแบบโครงสร้างก็คือการแก้ที่กฎหมาย พ.ร.บ. ต่าง ๆ รวมถึงรัฐธรรมนูญ วันหนึ่งอยากให้ทุกคนคิดว่า ถ้าวันหนึ่งไม่ได้มีเราเป็น สส. แล้วทิ้งอะไรไว้ให้กับประเทศนี้บ้าง
เมื่อถามถึงความเป็นกลางของประธานรัฐสภาในสมัยแรกมองอย่างไรบ้าง นายเท่าพิภพ กล่าวว่า ความเป็นกลางมันพูดยาก ตนเชื่อว่าทุกคนไม่เป็นกลาง มันมีอคติอะไรบางอย่าง ท่านก็มาจากพรรคการเมืองของท่าน ตนมองแบบความเป็นจริงตนเข้าใจ แต่บางครั้งก็เอาหลักการให้แน่นอนชัดเจน ตนจึงขอชื่นชมไปยังประธานสภาคนแรกในชีวิตที่ทำงานด้วยคือ นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตประธานรัฐสภา ซึ่งในสมัยนั้นก็เป็นพรรคที่ตรงกันข้ามกับตนในสมัยนั้น แต่หลักการที่เขาวางมันถูกต้องเมื่อเราอยู่ในความเห็นที่แตกต่างกัน ก็ควรจะเปิดพื้นที่ โดยวางหลักการให้ชัดเจน
“ผมว่าเป็นจุดที่ตกต่ำที่สุดในหลักการเรื่องการพูดการเซ็นเซอร์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บางครั้งหน้าอาจารย์ชัชชาติเอาขึ้นสไลด์เซ็นเซอร์ คือผมก็ไม่รู้จะกลัวเซ็นเซอร์กันไปแค่ไหน ก็อยากให้อย่ากลัวการตรวจสอบและเปิดโอกาสให้ทุกคนได้พูดอย่างเต็มที่เพราะคดีความประธานอาจจะไม่ทราบ แต่พรรคผมมันมีทุกคนแล้ว เรามาทำตรงหน้าที่ตรงนี้ก็รับความเสี่ยงไปอยู่แล้ว” นายเท่าพิภพ กล่าว
นายเท่าพิภพ กล่าวด้วยว่า จึงขอให้ประธานเปิดพื้นที่ เพราะไม่ได้ทำให้ท่านเสียหาย แต่ทำให้พรรครัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีสง่างามขึ้นเพราะผ่านการตรวจสอบ เหมือนเราไปขัดหลังฟอกขาวให้ท่าน ถ้าตอบได้ก็ดีไปเช่นเดียวกับการถามกระทู้ อย่ามองเราเป็นคู่ขัดแย้งหรือคู่แข่งทางการเมืองทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองเปิดโอกาสให้ทุกคนทำหน้าที่




















