”จตุพร”บี้รัฐปรับใหญ่ อย่าเน้น ขรก.ที่จำนวนมาก แนะรื้อใหม่เอาเฉพาะคนคุณภาพ นำเทคโนโลยี AI มาเสริม ลั่นล้างบางโกง สกัดทุนเทาเข้า ปท. เพิ่มโอกาสลงทุนของต่างชาติ หารายได้สร้างรัฐสวัสดิการ ลดบัตรคนจน
เมื่อวันที่ 18ก.ค. 69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ถึงกรณีการทุจริตสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นว่า มติที่ประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ให้เพิกถอนรายชื่อกว่า 3,000 คน คงเป็นกลุ่มทำข้อสอบไม่ได้จึงซื้อคะแนนหลังจากสอบเสร็จ ที่เหลือเป็นกลุ่มเพิ่มคะแนนเพื่อมีสิทธิเลือกรับราชการในพื้นที่ดีๆ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มจ่าย 5 แสนให้ลงคะแนนในกระดาษคำตอบ
อย่างไรก็ตาม ยังมีการจ่ายเงินไม่ให้มีชื่อในกลุ่มทุจริตเหล่านี้ ซึ่งลามไปถึงขั้นคนทำผิดต้องจ่ายเงินซื้อไม่ให้ตัวเองอยู่ในกลุ่มทำผิดนั้น ย่อมสะท้อนถึงการโกงกันในทุกมิติแบบไร้สำนึกสุจริต ดังนั้น ประเทศไทยควรคิดอ่านการปฏิรูประบบราชการ โดยเอาเนื้องานเป็นที่ตั้งเหนือการรับคนมารับราชการเพิ่มเพื่อเปิดโอกาสให้ได้เงินจากการทุจริตสอบแข่งขัน
“เราอยู่ในระบบสังคมแบบนี้ ถามว่าอนาคตจะปราบการทุจริตคอร์รัปชั่นได้อย่างไร ก็วันแรกมันก็ (โกง) เอาเสียแล้ว การสอบครั้งนี้ ถ้าจะปกป้องคนสุจริตแล้ว จะเห็นว่าเริ่มแยกแยะยากกันทุกที ยิ่งกลุ่มซื้อตำแหน่ง (5 แสนบาท) ให้ฝน (คะแนน) ให้จับได้ยากที่สุด เลวร้ายที่สุด แต่เชื่อว่า อย่างไงก็ต้องเปลี่ยน”
อีกทั้งกล่าวว่า ในยุคปัจจุบันงบประมาณมีจำกัดต่อการพัฒนาประเทศ รัฐต้องรื้อระบบให้คนรับราชการมีจำนวนน้อยแต่มากคุณภาพ ขณะเดียวกันนำระบบเอไอ (AI) มาใช้ให้มากด้วย และรัฐต้องคิดสร้างอาชีพใหม่ให้ประชาชนมีรายได้เหนือกว่าการรับราชการ
อีกอย่าง วันนี้ต้องทำความเข้าใจว่า สภาพของรัฐไทยอยู่ยากกันเต็มที แล้วอยู่กันด้วยสถานะดินพอกหางหมูกับการกู้เงินกันทุกปี ดังนั้น ระบบราชการต้องรื้อใหม่ คิดใหม่ เพราะประเทศเริ่มเข้าสู่ทางตัน การพัฒนาแบบรวยกระจุกจนกระจายทำคนจนโงหัวกันไม่ขึ้นในขณะนี้
ส่วนคำถามการทุจริตกับการแข่งขันลงทุนของต่างชาติในประเทศนั้น นายจตุพร กล่าวว่า อย่าว่าแต่นักลงทุนต่างชาติเลย แต่นักลงทุนในชาติยังเหนื่อย ยกเว้นพวกนักธุรกิจสีเทาๆ ที่ชอบประเทศมีช่องว่างให้ลงทุน ซึ่งไทยไม่ได้อะไร นอกจากเสียอะไรกันมากมาย
“เวียดนามโชว์ปราบคอรัปชั่นอย่างชัดเจน จึงทำให้ประเทศเปลี่ยนแปลงแบบเสียงดัง เกิดการควบรวมจังหวัด โชว์ปฎิรูประบบราชการได้ บ้านเมืองจึงพลิกโฉมให้เกิดการลงทุนต่างชาติ โดยโลกไม่สนใจระบอบการปกครอง แต่สนใจว่า มาแล้วไม่ถูกไถ ส่วนไทย คนในประเทศยังประกอบสัมมาอาชีพลำบาก ดังนั้น ต้องออกกติกาให้ถูกต้องกันเสียใหม่”
กรณีรัฐบาลพยายามลดจำนวนคนจนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น นายจตุพร กล่าวว่า บัตรคนจนไทยคล้ายกับเป็นรัฐสวัสดิการ แต่ในทางเศรษฐกิจกลับไม่พยายามหารายได้เหมือนรัฐสวัสดิการ โดยครั้งหนึ่งเน้นจำนวนคนจน ส่วนขณะนี้กลับต้องการลดคนจน เพราะประสบปัญหางบประมาณในการแจก
“ถ้าต้องการเป็นรัฐสวัสดิการแล้ว กิจการอะไรที่เป็นรายได้ของประเทศต้องเอากลับคืนรัฐเช่นกัน เพราะต้องการรายได้มาทำรัฐสวัสดิการ โดยไม่ย้อนแย้งมอบกิจการรายได้ดีให้เอกชน ส่วนกิจการจะเจ๊งรัฐดำเนินการ แล้วเก็บแต่ภาษีที่แต่ละปีไม่มีงบประมาณพอกับการพัฒนาประเทศ จึงต้องกู้เงินทุกครั้ง”
นายจตุพร กล่าวว่า รายได้หลักของไทยวันนี้มาจากตาสีตาสา เป็นรายได้ผ่านเก็บภาษีแวต (VAT-ภาษีมูลค่าเพิ่ม) เมื่อซื้อสินค้าหนึ่งชิ้นก็เสียภาษี ดังนั้นต้องคิดปรับเปลี่ยนเพิ่มหนทางหารายได้เข้าประเทศให้มากขึ้น



















