spot_img

‘เทพไท’จี้‘กกต.’ยึดตามมติอนุกก.ชุดที่26 ส่งคดี‘ฮั้วสว.’ให้‘ศาลฎีกาฯ’เป็นผู้พิจารณา

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

‘เทพไท เสนพงศ์’ ตั้งข้อสังเกตการทำงาน กกต. กรณีคดีฮั้วเลือก ส.ว. หลังอนุกรรมการชุดที่ 26 และ DSI รวบรวมหลักฐานกว่า 8 หมื่นหน้าชี้มีมูลฟ้อง 229 คน แต่กลับตั้งอนุฯ ชุด 36 ขึ้นมาและมีมติ 5:2 สั่งไม่ฟ้อง ตั้งคำถามมีเสรีในการพิจารณาแค่ไหนเมื่อสัมพันธ์กับ ส.ว. สายสีน้ำเงิน พร้อมเรียกร้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกาตัดสินตามกระบวนการ

เมื่อวันที่ 29 ก.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช นักวิเคราะห์การเมือง โพสต์ข้อความกรณี คณะกรรมการการเลือกตั้ง เตรียมพิจารณาคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่า พฤติกรรมของกกต. : กรรมชี้เจตนา

ช่วงนี้มีการจับตาถึงการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะมีคำวินิจฉัยคดีฮั้วส.ว.ว่า จะมีคำสั่งฟ้องการทุจริตหรือการฮั้ว สว.ต่อศาลฎีกา (แผนกเลือกตั้ง) หรือไม่ สืบเนื่องจากกรณีมีการสืบสวนสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการเลือกตั้งส.ว. และมีประเด็นข้อกล่าวหา เรื่องการฮั้ว เรื่องการจัดจ้างลงคะแนน เรื่องการโหวตแบบบล็อกโหวต มีโพยให้กับผู้เข้าโหวต ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง สว.

จนมีการสืบสวนจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เข้ามาสอบสวนหาข้อมูลจน นำไปสู่การพิจารณาของอนุกรรมการชุดที่ 26 ที่มีรองเลขาธิการคณะกรรมการเลือกตั้งเป็นประธาน และมีเจ้าหน้าที่จากดีเอสไอ จากหน่วยงานต่างๆ เข้ามาเป็นกรรมการ และมีการประชุมกัน มีการรวบรวมพยานหลักฐานเป็นเอกสารจำนวนมากถึงจำนวน 80,000 หน้า และมีการพิจารณาพยานหลักฐานต่างๆ จนเห็นว่า คดีนี้มีมูลสั่งฟ้องได้ จึงมีมติให้ฟ้อง สว.จำนวน 138 คน และบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงนักการเมืองจำนวนหนึ่ง รวมทั้ง 229 คน

ต่อมาคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แต่งตั้งอนุกรรมการอีกชุดหนึ่ง ซึ่งเป็นชุดพิเศษ โดยปกติคณะกรรมการเลือกตั้ง มีอนุกรรมการเพียง 35 คณะ แต่ในกรณีนี้มีการตั้งคณะพิเศษเป็นคณะที่ 36 เพื่อมีหน้าที่พิจารณาชี้ขาดคำวินิจฉัยของอนุกรรมการชุดที่ 26 ในที่สุดมติของอนุกรรมการชุดที่ 36 ซึ่งประชุมกันเพียงไม่กี่ครั้งก็มีมติ 5:2 เห็นว่าคดีนี้ไม่มีมูล จึงมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือ กกต.ชุดใหญ่ จะต้องพิจารณาผลมติของอนุกรรมการชุดที่ 26 และชุดที่ 36 ว่าจะมีมติเห็นด้วยกับมติของอนุกรรมการชุดใด

เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้สังคมตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าหาก กกต.พิจารณาอย่างตรงไปตรงมา ก็ไม่น่าจะแต่งตั้งอนุกรรมการชุดที่ 36 เพื่อมากลั่นกรองมติของอนุกรรมการชุดที่ 26 ถ้าเป็นเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่า กกต.ต้องการใช้มติของอนุกรรมการชุดที่ 36 เป็นทางลง โดยยืมมืออนุกรรมการชุดที่ 36 เป่าคดีนี้ไป จึงทำให้ หลายฝ่ายในสังคมไม่ไว้วางใจการทำหน้าที่ของคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดนี้ ที่เสียงส่วนใหญ่มาจากการโหวตเลือกของ สว.สายสีน้ำเงิน จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่า กกต.ที่ได้รับโหวตจาก สว.สายสีน้ำเงิน จะกล้าพิจารณาให้เป็นโทษแก่ สว.สายสีน้ำเงินหรือไม่

จึงมีกระแสเรียกร้องให้ กกต.มีมติสั่งฟ้องตามมติของอนุกรรมการชุดที่ 26 และส่งให้ศาลฎีกา (แผนกเลือกตั้ง) เป็นองค์คณะพิจารณาคดีนี้ และเรียกร้องให้คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) แสดงความบริสุทธิ์ใจ และเคารพเสียงเรียกร้องจากประชาชนด้วย

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img