“กมธ.มั่นคงฯ”เรียก6หน่วยงานถกด่วน ปมไฟใต้เร่งสอบข้อเท็จจริงปัญหายิงจาก ฮ.

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ประธาน กมธ.ความมั่นคงฯ เผย สส. 14 จังหวัดชายแดนใต้ผนึกกำลังยื่นสอบเหตุป่วนช่วงปลายสิงหาคม เร่งเคลียร์ปมร้อนชาวบ้านถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ตรวจการณ์ พร้อมชี้รูปแบบผู้ก่อเหตุเปลี่ยนจากมุ่งเอาชีวิตมาเป็นการทำลายทรัพย์สินราชการ ย้ำหัวใจสำคัญต้องแก้ด้วยการพูดคุยกับผู้มีอำนาจที่แท้จริง

เมื่อวันที่ 27 ส.ค.69 เวลา 09.55 น. นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปรัปปรุงประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม กมธ. ซึ่งได้เชิญ 6 หน่วยงานด้านความมั่นคง ได้แก่ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), สำนักข่าวกรองแห่งชาติ, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.), ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.), กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และตำรวจภูธรภาค 9 เข้าชี้แจงกรณีเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

​นายมณเฑียร เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่ผ่านมา สส. ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 14 คน จากทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ กมธ. เพื่อขอให้ตรวจสอบมาตรการป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลถึงเหตุการณ์ช่วงวันที่ 22-24 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่ามีลำดับเหตุการณ์และสาเหตุอย่างไร นอกจากนี้ กมธ. จะเร่งติดตามหาความจริงกรณีผู้บาดเจ็บอ้างว่าถูกยิงด้วยอาวุธจากเฮลิคอปเตอร์ตรวจการณ์ เพื่อสร้างความกระจ่างและสบายใจให้แก่ประชาชน ส่วนเรื่องรายละเอียดข่าวนั้น เข้าใจว่าเป็นข้อมูลด้านความมั่นคงและบางส่วนเป็นลับ ซึ่งต้องพิจารณาตามความเหมาะสมว่าหน่วยงานจะเปิดเผยได้มากน้อยเพียงใด

​ประธาน กมธ.ความมั่นคงฯ กล่าวต่อว่า ปัญหาชายแดนภาคใต้เรื้อรังมาตั้งแต่ปี 2547 รวมเวลากว่า 22 ปี มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อนเนื่องจากเกี่ยวข้องกับกระบวนการแบ่งแยกดินแดน หากปล่อยไว้โดยไม่สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงได้ การแก้ปัญหาจะยิ่งยากลำบากและนำไปสู่ปัญหาอื่นตามมา อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตสำคัญในครั้งนี้คือ รูปแบบการก่อเหตุแตกต่างจากอดีตที่เกิดเหตุกว่าหมื่นครั้ง ซึ่งมักมุ่งเป้าเอาชีวิตประชาชนและเจ้าหน้าที่ แต่ครั้งนี้กลับเน้นไปที่การทำลายทรัพย์สินของทางราชการ เช่น การเผาสถานที่ราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เสาไฟฟ้า รถยนต์ และกล้องวงจรปิด (CCTV)

​เมื่อถามถึงข้อสงสัยเรื่องเหตุการณ์ในพื้นที่ อปท. ว่าเชื่อมโยงกับการทุจริตสอบท้องถิ่นหรือไม่ นายมณเฑียร ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกัน เนื่องจากครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยทั่วไปสมมติฐานการก่อเหตุในพื้นที่มี 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ การแบ่งแยกดินแดน, สินค้าของเถื่อน, ยาเสพติด, งบประมาณ และเรื่องการเมือง

​เมื่อถามว่ากรณีที่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ระบุว่าไม่เกี่ยวกับงบประมาณ แต่น่าจะมีกลุ่ม BRN รุ่นใหม่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องนั้น นายมณเฑียร กล่าวว่า การป้องกันต้องเริ่มจากการมีข้อมูลที่ชัดเจน กลุ่มคนรุ่นใหม่อาจยังขาดความเข้าใจ ซึ่งต้องใช้การพูดคุยเจรจาเข้ามาช่วย

​”วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีเหมือนวันประวัติศาสตร์ ที่ สส. ทั้ง 14 คนจากทุกพรรคการเมืองในพื้นที่มาร่วมกันหาทางออก ปัญหาเรื่องยาเสพติด ของเถื่อน หรืองบประมาณ ไม่ใช่เรื่องยากในการแก้ไข แต่หากเป็นแนวคิดเรื่องการแบ่งแยกดินแดนนั้น เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าประเทศไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกไม่ได้ และคนไทยทั้งประเทศก็ไม่ยินยอม” ​นายมณเฑียร กล่าวย้ำว่า หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาคือ ต้องไม่มีการฆ่าฟันกัน ทุกปัญหาสามารถยุติได้ด้วยการพูดคุยเจรจา แต่ต้องเป็นการเจรจาให้ “ถูกคนและตรงจุด” Situation จึงจะคลี่คลายลงได้

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img