‘เท้ง’ย้ำครบรอบ100วันแฉระบอบน้ำเงิน ชี้‘โกง สว.’จุดเริ่มต้นการ‘ผูกขาดอำนาจ’

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

สองแกนนำฝ่ายค้านเปิดฉากเดือดกลางเวที ‘ณัฐพงษ์’ ประกาศกร้าวครบรอบ 100 วันแฉระบอบสีน้ำเงิน ชี้การโกง สว. คือจุดเริ่มต้นของการผูกขาดอำนาจและกัดกินประเทศ พร้อมจี้ กกต. เร่งส่งสำนวนคดีให้ศาลฎีกา ขณะที่ ‘อภิสิทธิ์’ เสริมทัพซัดระบบตรวจสอบปัจจุบันวิกฤตหนัก เข้าข่ายสมคบคิดล้มล้างการปกครอง พร้อมปลุกพลังฝ่ายค้านลุยตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มสูบเพื่อทวงคืนความถูกต้องให้สังคม

วันที่ 29 ส.ค.2569 เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา กลุ่มงานผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดโครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2569 หัวข้อ “การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น : ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ”  โดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำ​ฝ่ายค้าน​ใน​สภาผู้แทนราษฎร​ กล่าวเปิดเวทีตอนหนึ่ง ว่า อาจมีความฉุกละหุก​เล็กน้อย ที่ทำให้ต้องเปลี่ยนสถานที่จัดโครงการ”วิกฤตศรัทธาต่อการเมืองไทยของพี่น้องประชาชน” ซึ่งก็เกี่ยวข้องกับการถ่วงดุลตรวจสอบ หากพูดกันชัดๆ คือ การตรวจสอบการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งตรงกับการที่ตนได้ออกมาชี้ให้สังคมเห็นถึง”ระบอบสีน้ำเงิน” ครบ 100 วันพอดี

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า คำว่านิยามของระบอบสีน้ำเงิน ก็เหมือนตัวระบอบอำนาจนิยม ที่ไม่ได้มีความเป็นประชาธิปไตย เพราะระบอบประชาธิปไตย คือระบอบที่ต้องการการถ่วงดุลตรวจสอบ ยึดโยงกับประชาชน แต่สิ่งที่เห็นในปัจจุบัน คือ  องค์กรอิสระ มาจากการแต่งตั้งของสว. ที่อาจจะถูกจัดตั้งหรือโกงเข้ามา ซึ่งมีความยึดโยงกับพรรคการเมืองที่เป็นแกนนำรัฐบาลในขณะนี้ ทำให้เห็นตั้งแต่ตอนนั้น ว่า ระบบสีน้ำเงินกำลังกินรวบทั่วประเทศอยู่ และการแสดงความคิดเห็นของพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ในเวทีผู้นำฝ่ายค้านที่ผ่านมา มีหนังสือเล่มหนึ่งที่ชูขึ้นมา ทำให้เห็นภาพชัดว่า การโกง สว.คือจุดเริ่มต้นของการกินทั่วประเทศ

ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวต่อว่า หมุดหมายที่สำคัญ มีเวทีอดีตผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร​ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลในปัจจุบัน ตนคิดว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่จะช่วยกันส่งเสียง ว่า อยากได้ระบบการเมือง ที่มีความเป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่ระบบการเมืองแบบอำนาจนิยม ที่มีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มกินทั่วประเทศอยู่ อันนี้เป็นสิ่งน่าจะมาผลักดันร่วมกัน และอยากชวนให้ทุกคนคิดเพิ่มเติม กรณีนักวิเคราะห์หลายคนบอกว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ จะเอาผิดคนโกง สว.ได้ยาก แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะคนที่เลือก กกต.ชุดใหญ่ 4 ใน 7 คน ถูกเลือกมาจากสว.ชุดปัจจุบัน และหลายๆ คนก็อยู่ในสำนวนที่จะถูกสั่งฟ้อง

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า จะคาดหวังได้อย่างไร กับการใช้อำนาจ บอกว่ามันมีมูล บอกได้ว่ามีการโกงสว. จากคนที่ถูกเลือกเข้ามา เพราะมันมีผลประโยชน์ทับซ้อนตรงๆ หลายๆ คนจึงบอกว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่ตนอยากให้ทุกคนมองแบบนี้ เชื่อว่านักการเมืองหลายๆคน รวมถึงตัวผมเอง เราเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้กลายเป็นสิ่งที่พวกเขาปฏิเสธไม่ได้ การทำงานการเมืองคือการที่ต้องผลักดันสังคมไปข้างหน้า ถ้าพูดอยู่แค่ในกรอบของกฎหมาย ความคิดเดิมๆ เป็นไปไม่ได้ สุดท้ายสังคมก็ไม่ได้เดินหน้าไปไหน แต่เชื่อว่าการที่เราจัดเวทีในลักษณะนี้ทุกวัน เรากำลังทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เขาปฏิเสธไม่ได้ มากขึ้นทุกวัน” นายณัฐพงษ์ กล่าว

“หน้าที่ของ กกต.ไม่ใช่การชี้ถูกชี้ผิด แต่กฎหมายเขียนไว้ค่อนข้างชัด ว่า แค่ควรเชื่อได้ว่า มีการโกง สว.เกิดขึ้น หน้าที่ของ กกต คือการส่งสำนวนต่อไปให้ศาลฎีกา ดังนั้น ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ อย่างน้อยๆ กกต.ก็เลื่อนออกไปเป็นวันที่ 14 ก.ย.ก็จะได้ใช้โอกาสในเวทีนี้ ทำให้สิ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ ให้เขาปฏิเสธไม่ได้มากยิ่งขึ้น”นายณัฐพงษ์ กล่าว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img