“ทวี”ซัดงบปี 70 ไม่ตอบโจทย์ประชาชน ชี้ช่อง 4 ข้อทำงบโปร่งใส

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ทวี” ซัด งบประมาณไม่ตอบโจทย์ประชาชน ยกทุจริตสอบท้องถิ่น เสนอใส่ “หลักนิติธรรม” ล็อคงบปี 70 บอก “งบที่ดีไม่ใช่แค่จ่ายครบ ชี้ช่อง 4 ข้อทำงบโปร่งใส ก่อนสภาโหวตยึดร่างเดิม สุรเชษฐ์ ซัด “รัฐบาล” จัดงบลงทุน ไม่ถึง 20% ชี้จงใจเล่นคำ บิดเบือน-เลี่ยงกฎหมาย แฉ “นักการเมือง-ขรก.” ปั้นโครงการสนองผู้รับเหมาชั้นพิเศษ เพื่อแบ่งฮั้ว “วีระ”แนะนำเงินนอกงบประมาณ 4ล้านล้านบาท มาเติมสภาพคล่องเศรษฐกิจ หวั่นหากไม่ยกเครื่องระบบงบประมาณ ประเทศไทยจะเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจใน 2-3ปี

วันที่ 7 ก.ย.69 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาฯ ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จในวาระสอง เป็นวันแรก หลังนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธาน กมธ. วิสามัญฯ

ต่อมาพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ขอสงวนคำแปรญัตติต่อชื่อร่างพระราชบัญญัติ ประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ตนได้สงวนเปลี่ยนชื่อเป็น ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม งบประมาณที่ดีไม่ใช่แค่จ่ายครบ แต่ต้องทำงานสำเร็จแล้วประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น เงินทุกบาทต้องตรวจสอบได้ หลักนิติธรรมเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับงบประมาณ เนื่องจากงบประมาณที่ผ่านมา เราไปติดยึดกับยุทธศาสตร์ชาติ เวลาจะจัดงบประมาณตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา

เราจะบอกว่าเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติแล้วพบว่า วันนี้ไม่ว่าจะหน่วยราชการหรือบุคคลต่าง ๆ เดินเข้าไปที่หน่วยรับงบประมาณ จะเห็นว่าเกิดความเหลื่อมล้ำมากที่สุดเกิดความยากจนมากที่สุด ที่สำคัญงบประมาณไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชนเพียงแต่ใช้งบประมาณเสร็จ แต่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ การที่ตนวางหลักเพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรมนั้นอย่างน้อยที่สุดงบประมาณ ตั้งแต่การจัดเก็บตั้งงบและใช้ จะต้องมีหลักการที่ส่งเสริมป้องกันการทุจริตไว้ด้วย ในงบประมาณที่ตั้งไว้ครั้งนี้เราจะพบว่ามีงบประมาณที่เกี่ยวกับบุคลากรภาครัฐ ยังไม่รวมท้องถิ่นเราใช้งบถึง 37.9%


พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวว่า ที่ตนขอเปลี่ยนชื่อเป็น ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม เพราะว่าจะเป็นเข็มทิศที่จะล็อคเรื่องงบประมาณของปีนี้ และตนเห็นว่ารัฐมนตรีมารายงานในสภาเรื่องการจัดเก็บงบประมาณ มีการประมาณการว่าจะเก็บภาษีได้ 3 ล้านล้านบาทในปี 2568 ซึ่งสภาก็เชื่อ แต่พอเชื่อแล้วทำไม่ได้ก็ต้องไปกู้ ตนจึงคิดว่าถึงเวลาที่ต้องไปตรวจสอบ ความรับผิดชอบของคนที่มาจัดทำงบประมาณแล้วมาอ้างต่อสภาว่าจะจัดเก็บงบประมาณได้เท่าไหร่


“การใช้งบไม่ธำรงหลักนิติธรรม เอาแค่ง่าย ๆ แค่ทุจริตการสอบเข้าข้าราชการท้องถิ่น ผู้แทนของท่านปกรณ์มาชี้แจงว่า ข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยโดย กสถ. เข้าไปแก้ไฟล์เกือบ 6,000 ครั้ง ความผิดทำสำเร็จแล้วแต่ตอนหลังเกิดความย่ามใจ กลัวคนมาร้องเรียน แต่งชุดข้าราชการไปแก้ไขคำตอบ เมื่อความเชื่อมั่นในระบบราชการมันล้มเหลว ดังนั้นผมจึงคิดว่าการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรมควรจะนำมาเขียน ” พ.ต.อ.ทวีกล่าว


พ.ต.อ.ทวี ยังได้เสนอแนวทางการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม คือ 1. ส่งเสริมความโปร่งใสและป้องกันการทุจริต 2. ต้องมีระบบตรวจสอบถ่วงดุล 3. ต้องเชื่อมโยงรายจ่ายกับผลลัพธ์ และ 4. ส่งเสริมการกระจายอำนาจ ดังนั้นตนจึงอยากให้มีคำว่าเพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรมเพื่อล็อคไว้ว่าหลังจากนี้การใช้งบประมาณ จะต้องยึดมั่นในจุดนี้
ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมาธิการ กล่าวว่า ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมากขอยืนยัน ตามร่างที่ได้เสนอต่อสภา
โดยพ.ต.อ.ทวี ยังคงติดใจต่อการชี้แจงขิงกรรมาธิการ ประธานในที่ประชุมจึงเรียกให้สมาชิกลงมติ โดยมีผู้ลงมติเห็นด้วย 292 คนไม่เห็นด้วย 0 งดออกเสียง 93 คนและไม่ลงคะแนน 1 คน เป็นอันว่า สมาชิกในที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมการเสียงข้างมาก คือขอยืนยันตามร่างเดิมที่ได้เสนอไว้ต่อรัฐสภา


ด้านนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า ภาพรวมงบลงทุนที่มีปัญหา นอกจากการลดงบรายจ่ายลงทุนแล้วยังพบความบิดเบือน จงใจเลี่ยงข้อกฎหมายวินัยการเงินการคลังที่กำหนดให้ต้องมีงบประมาณรายจ่ายเพื่อลงทุนมีอย่างน้อย 20% แต่รัฐบาลใช้การเล่นคำเพื่อเลี่ยงกฎหมาย บางจุดใช้คำว่ารายจ่ายลงทุน รายจ่ายเพื่อการลงทุน ซึ่งไม่เท่ากับงบลงทุน หากนับเฉพาะส่วนที่นิยามชัดเจนว่าเป็นงบลงทุน มีเพียง 13% ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ ขณะเดียวกันเมื่อเทียบงบลงทุนเมื่อปี2569 พบว่ามีสัดส่วนลดลง 13%


“งบลงทุนปี2570 ต่ำมาและยังพบการเล่นคำนับบางรายการเพิ่ม เรียกว่าเป็นรายจ่ายลงทุน เพื่อให้ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามกฎหมาย คือ ผ่านตามกฎหมายสไตล์ศรีธนญชัย นอกจากนั้นแล้วยังพบว่างบลงทุนส่วนใหญ่ยังใช้กับโครงการถนน และโครงการน้ำจำนวนมาก ซึ่งผมมองว่างบปีนี้ถูกจัดสรรแบบไม่เห็นอนาคต นอกจากนั้นยังพบว่าผู้รับเหมาชนชั้นพิเศษได้โครงการมากขึ้นเพื่อเพียงพอต่อการแบ่งฮั้ว และพบว่า นักการเมืองและข้าราชการปั้นโครงการเพื่อจัดสรรให้กับผู้รับเหมาชั้นพิเศษ ขณะที่ผู้รับเหมาชั้นธรรมดา หรือผู้ประกอบการตายเรียบ” นายสุรเชษฐ์ อภิปราย


นายสุรเชษฐ์ อภิปรายต่อว่า สำหรับหน่วยงานที่งบลงทุนจำนวนมากอยู่ใน กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมชลประทาน และกรมโยธาธิการและผังเมือง และที่หนักที่สุดคือกรมทางหลวง (ทล.) ที่ได้งบแสนล้านบาท ซึ่งจงใจจัดมาให้พอต่อการฮั้ว ปี2569 มี 69 โครงการ ปี2570 มี 70 โครงการ ทั้งที่ภาพรวมงบลงทุนลดลง 13% อย่างไรก็ดีงบที่สร้างอนาคต เช่น งบกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสต์ วิจัยและนวัตกรรม ถูกปรับลดลง 32% เหลือ 1.3 หมื่นล้านบาท แม้กมธ.จะคืนให้ 4,000 ล้านบาท แต่สวนทางกับการพัฒนา
“การจัดงบเพื่อลงทุน ไม่ควรเป็นแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา แต่ควรชั่งน้ำหนักในความจำเป็น

นอกจากนั้นแล้วรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญ สั่งการให้ข้าราชการตอบคำถามกับตัวแทนประชาชนในการตรวจสอบงบประมาณ โดยเฉพาะข้าราชการที่จัดงบส่อไปในทางมิชอบ เลือกไม่ส่งเอกสาร หรือส่งแบบขอไปที เช่น ปลัดกระทรวงคมนาคม การทางพิเศษแห่งประเทศไทย แม้ตอบกลับเอกสาร แต่ตอบว่าไม่ให้เพราะเอกสารลับ ดังนั้นขอให้กมธ. ทำหนังสือไปยัง ครม. เพื่อขอให้ส่งเอกสารที่กมธ.ทวงถามแม้ กมธ.จะหมดวาระไปแล้ว
ขณะที่นายวีระ ธีระภัทรานนท์ กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า เสนอตัดลดงบ 7,400ล้านบาท และขอให้การจัดทำงบประมาณหลังจากนี้ ต้องไม่เพิ่มงบรายจ่ายอีกต่อไป ให้สอดคล้องฐานะการเงินการคลังประเทศ ที่ยังไม่สามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มเติมได้ ทำให้ต้องจัดทำงบขาดดุลเรื้อรังมาหลายปีต่อเนื่อง และออกพ.ร.ก.กู้เงิน และจ่ายดอกเบี้ย 4แสนล้านบาทต่อปี การทำงบรายจ่ายปี2570 อยู่ในสภาพจำยอม ถูกมัดมือชก ไม่สามารถจัดงบให้เหมาะสมกว่านี้ได้ โดยไม่ผิดกฎหมาย

เรากำลังติดกับงบประมาณและหนี้สาธารณะ ในระยะอันใกล้คงหนีไม่พ้นกับดักการคลัง นำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจที่มาจากปัจจัยภายในประเทศ หากในอนาคตระยะเวลา 2-3ปี ยังไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจเติบโตมากกว่า 2% ไปสู่ 5% จะติดกับเศรษฐกิจ วิธีหลุดจากกับดักเศรษฐกิจคือ การนำเงินนอกงบประมาณที่มีอยู่ 4ล้านล้านบาทมาใช้ จำเป็นต้องนำเงินนอกงบประมาณมาเติมสภาพคล่องระบบเศรษฐกิจ มีข้อมูลน่าตกใจว่า เงินนอกงบประมาณมีการนำมาใช้แค่ 9.5หมื่นล้านบาทเท่านั้น โดยหน่วงานอย่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม มีเงินนอกงบประมาณจำนวนมาก แต่ไม่เอามาสมทบเพื่อลดภาระด้านการคลัง

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img