“รัฐบาล”รับ“การชุมนุม”เป็นสิทธิตามรธน. แต่ขอปชช.อย่าตกเป็นเครื่องมือการเมือง

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เอกภพ” เข้าปฏิบัติหน้าที่โฆษกรัฐบาลวันแรก เปิดรับฟังเสียงประชาชน ย้ำการชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ขอให้มองสถานการณ์รอบด้าน โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวที่อาจมีเป้าหมายทางการเมือง ชี้ที่ผ่านมา ประชาชนต้องเสียสละทั้งชีวิต บาดเจ็บ และถูกดำเนินคดี พร้อมเรียกร้องฝ่ายการเมืองแก้ปัญหาผ่านระบบรัฐสภา

เมื่อเวลา 09.09 น. วันที่ 10 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตาศาลยาย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการในฐานะโฆษกรัฐบาล

นายเอกภพ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันแรกที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ พร้อมฝากเนื้อฝากตัวกับสื่อมวลชนและประชาชนที่ติดตามการทำงานของโฆษกรัฐบาล โดยเตรียมแนวทางการทำงานไว้ล่วงหน้าแล้ว และจะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ตามแนวทางที่นายกรัฐมนตรีเคยกล่าวไว้ว่า การทำงานของรัฐบาลต้องรวดเร็วและไม่มีเวลาหยุด

เมื่อถามถึงกรณี นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นัดเคลื่อนไหวในประเด็น “ทวงคืนประเทศไทย” นายเอกภพ กล่าวว่า การชุมนุมถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญและเป็นสิทธิโดยชอบธรรม หากเป็นการชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์ใจ

พร้อมระบุว่า ตนและทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีพร้อมรับฟังความอัดอั้น ความไม่สบายใจ หรือข้อสงสัยของประชาชน หากมีเรื่องใดต้องการให้รัฐบาลขับเคลื่อน หรือต้องการให้ช่วยนำปัญหาไปสื่อสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็พร้อมรับฟังและดำเนินการในส่วนที่สามารถทำได้

อย่างไรก็ตาม นายเอกภพกล่าวว่า หากการเคลื่อนไหวมีประเด็นทางการเมืองหรือมีความต้องการที่จะให้เกิดผลทางการเมืองบางอย่าง ประชาชนควรพิจารณาสถานการณ์อย่างรอบด้าน เพราะการเคลื่อนไหวที่มุ่งหวังผลทางการเมืองอาจทำให้ประชาชนถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือ และท้ายที่สุดอาจเกิดผลประโยชน์หรือคะแนนทางการเมืองกับกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม

นายเอกภพยังกล่าวถึงบทเรียนจากการเคลื่อนไหวทางการเมืองในอดีตว่า ประชาชนจำนวนมากเคยต้องเสียสละออกมาเคลื่อนไหว จนมีทั้งผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้ถูกดำเนินคดี และบางรายยังอยู่ในเรือนจำ

“ประชาชนเสียสละมามากพอแล้ว” นายเอกภพกล่าว พร้อมมองว่าผู้ที่อยู่ในแวดวงการเมืองควรตระหนักถึงเรื่องนี้ให้มาก และหากสามารถพูดคุยกันผ่านระบบรัฐสภา หรือช่องทางที่มีกติกาและระเบียบรองรับ น่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับประเทศชาติ

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img