“อนุทิน” ยืนยันรัฐบาลตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ ไม่มีเหตุให้วิตกกังวล แม้มีความเคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมโต้ “สนธิ ลิ้มทองกุล” กรณีนำมวลชนเคลื่อนไหว ระบุหากทำให้รัฐบาลทำงานไม่ได้ คนที่เดือดร้อนคือประชาชน ตั้งคำถามทำไปเพื่อความสะใจกับนายอนุทินหรือไม่ ย้ำพร้อมรับฟังทุกฝ่าย ขอให้ยึดกฎหมายและคำนึงถึงความสงบสุขของบ้านเมือง
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 12 ก.ย. 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองและเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลว่า รัฐบาลอยู่ข้างประชาชน และเชื่อว่าสิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องวิตกกังวล พร้อมระบุว่า รัฐบาลยังได้รับความร่วมมือที่ดีทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ
นายอนุทินยกตัวอย่างการเดินทางเยือนประเทศนอร์เวย์ ซึ่งได้พบผู้นำระดับสูงจากหลายประเทศ โดยผู้นำเหล่านั้นสอบถามและแสดงความต้องการให้กระทรวงการต่างประเทศเชิญไปเยือนประเทศไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศไทย
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกในปัจจุบัน หลายประเทศให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหาร และต้องการทำความตกลงหรือ MOU กับประเทศไทย แม้บางประเทศจะมีทรัพยากรอย่างเหล็ก น้ำมัน หรือแร่ธาตุ แต่สิ่งที่ประเทศไทยมีความได้เปรียบคือความอุดมสมบูรณ์ด้านการผลิตอาหาร รวมถึงศักยภาพในการแปรรูปและต้นทุนการผลิต
ส่วนกรณี นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เตรียมนำมวลชนออกมาเคลื่อนไหวขับไล่กลุ่มทุนจีนสีเทาและชาวอิสราเอลที่กระทำผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยประกาศว่าไม่ได้มีเป้าหมายขับไล่รัฐบาล แต่อาจทำให้รัฐบาล “อยู่ไม่เป็นสุข” นั้น นายอนุทินตั้งคำถามกลับว่า เหตุใดจึงต้องทำให้รัฐบาลอยู่ไม่เป็นสุข
นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลไม่มีวันมีความสุข เพราะมีหน้าที่ต้องดูแลประชาชน แต่รัฐบาลต้องสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ หากการเคลื่อนไหวทำให้รัฐบาลทำงานไม่ได้ ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนท้ายที่สุดคือประชาชน
พร้อมกล่าวว่า “คุณสนธิจะทำให้คนไทยเดือดร้อนหรือไม่มีความสุขหรือ ทำไปเพื่ออะไร ทำไปแล้วสะใจกับนายอนุทินเท่านั้นหรือ” และย้ำว่า ตัวเองไม่มีคุณค่าพอที่จะนำไปแลกกับความสุขของประชาชนทั้งประเทศ เพราะรัฐบาลชุดนี้ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนทุกวันทุกวินาที และเชื่อว่าจากการลงพื้นที่และสัมผัสประชาชนอย่างใกล้ชิด ประชาชนยังให้โอกาสและมีความเชื่อมั่นต่อการบริหารประเทศของรัฐบาล
เมื่อถามถึงการสื่อสารไปยังกลุ่มต่างๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหว นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกฝ่าย แต่ขอให้การดำเนินการต่างๆ คำนึงถึงความสงบสุขของบ้านเมือง สังคม และประชาชน รวมทั้งยึดถือกฎหมายเป็นหลัก
นายกรัฐมนตรีระบุว่า การสื่อสารมายังรัฐบาลมีหลายช่องทาง และรัฐบาลมีหน้าที่รับฟังประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือเห็นต่าง หากข้อเสนอมีเหตุผลและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน รัฐบาลก็พร้อมนำไปดำเนินการ โดยไม่มีทิฐิว่าเป็นข้อเสนอจากฝ่ายที่ไม่ได้เลือกตนเอง
ส่วนกรณีที่รัฐบาลจะเปิดรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมหรือไม่นั้น นายอนุทินกล่าวว่า ไม่จำเป็น เนื่องจากปัจจุบันมีหน่วยงานที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนอยู่ตลอดเวลา รวมถึง สส.พรรคภูมิใจไทยและตัวนายกรัฐมนตรีเอง ซึ่งลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนอย่างต่อเนื่องในช่วงสุดสัปดาห์



















