‘เทพไท’ชี้3ทางลงกกต.ก่อนลงมติฮั้วสว. จับตา14ก.ย.ปม229รายชื่อจะจบอย่างไร

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เทพไท เสนพงศ์” วิเคราะห์จับตา กกต. 7 คน นัดลงมติคดีฮั้ว ส.ว. วันที่ 14 ก.ย. ชี้มี 3 ประเด็นที่อาจถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณา ทั้งความเห็นอนุกรรมการชุดที่ 36 การตีความรัฐธรรมนูญ มาตรา 226 และกรณีพยานรหัส 16 เปลี่ยนคำให้การ พร้อมตั้งคำถามสุดท้าย กกต. จะเลือก “ทางลง” ใดในคดีที่สังคมจับตา

เมื่อวันที่ 13 ก.ย.นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์วิจารณ์การเมือง และอดีตสส.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์ข้อความกรณีประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 14 ก.ย. 2569 ซึ่งมีกำหนดพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาการฮั้ว ส.ว. โดยระบุว่า

3ทางออกของกกต. สั่งไม่ฟ้องฮั้วส.ว.

ในวันพรุ่งนี้ วันที่ 14 กันยายน 2569 คณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) ได้มีการนัดประชุมเพื่อลงมติคดีฮั้วส.ว.ว่า จะส่งฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการฮั้วส.ว. จำนวน 229 คน ตามความเห็นของอนุกรรมการชุดที่ 26 หรือไม่ หรือจะยกฟ้องทั้ง 229 คน ตามมติของอนุกรรมการชุดที่ 36 ที่เห็นว่า คดีนี้ไม่มีมูล ไม่ควรสั่งฟ้องใครเลย หรือจะสั่งฟ้องบางส่วน ที่มีข้อมูลหรือพยานหลักฐาน ซึ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงการส่งฟ้องได้

จึงทำให้มีการวิเคราะห์กันไปต่างๆนานา และจับตาดูกันว่า มติของคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) จำนวน7คน จะออกมาในรูปแบบใด ถ้าหากดูความเคลื่อนไหวของคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) เกี่ยวกับคดีฮั้วส.ว. จะเห็นได้ว่า มีการเตรียมทางลงหรือทอดบันไดให้กกต.ได้มีความเห็น เพื่ออ้างอิงเอาความเห็นของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นใน3เรื่อง คือ

1.การตั้งอนุกรรมการชุดที่ 36 ขึ้นมามีหน้าที่กลั่นกรองความเห็นของอนุกรรมการชุดที่ 26 ซึ่งมีมติสั่งฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วส.ว. จำนวน 229 คน แต่คณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) ไม่นำความเห็นหรือผลการสอบสวนของอนุกรรมการชุดที่ 26 มาพิจารณาว่า จะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง แต่กลับมีการแต่งตั้งอนุกรรมการชุด 36 ขึ้นมาอีกเป็นกรณีพิเศษ แสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) เห็นว่าผลการพิจารณาของอนุกรรมการชุดที่ 26 ไม่ถูกต้อง และไม่ตรงใจหรือไม่ตรงกับธงของคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) จึงได้แต่งตั้งอนุกรรมการชุดที่36ขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง เพื่อมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ให้คณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) 7 คน สามารถอ้างอิงได้

2.กรณีที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า หลักกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 226 เกี่ยวกับองค์ประกอบความผิดในการส่งคำร้องคดีฮั้วส.ว. ต้ององค์ประกอบ3ส่วนคือ 1.ต้องเป็นการกระทำของผู้สมัครรับเลือกเท่านั้น 2.ต้องมีพฤติกรรมเข้าข่ายการทุจริต 3.ต้องมีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มีการขีดกรอบเรื่องของความผิดไว้ให้เป็นเหตุผลในการที่จะยกคำร้องคดีฮั้วส.ว. และไม่ต้องการให้มีการฟ้องผู้สมัครส.ว.ที่ได้รับการเลือกตั้ง โดยการยกองค์ประกอบของกฎหมาย มาตรา 226 ว่าต้องเป็นการกระทำของผู้สมัครเท่านั้น บุคคลภายนอกไม่สามารถนำมาพิจารณาเอาความผิด หรือสั่งฟ้องบุคคลในคดีฮั้วส.ว.ได้

3.มีการยกเอาการกลับคำให้การของพยานคนหนึ่ง ที่มีรหัส16 และเป็นอดีตส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย ที่ได้เคยให้การหรือให้ปากคำกับคณะกรรมการสอบสวนในอนุกรรมการชุดที่ 26 ก่อนหน้านี้ และคำให้การของพยานปากนี้เกี่ยวข้องเชื่อมโยงไปยังบุคคลสำคัญในพรรคการเมืองส.ส. และรัฐมนตรี จึงทำให้มีการสั่งฟ้องส.ส. รัฐมนตรี และกรรมการบริหารพรรค ซึ่งอยู่ในกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง 91 คน การกลับคำให้การของพยานปากนี้จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่กกต.สามารถนำมาอ้างอิงในเหตุผลสั่งไม่ฟ้องบุคคลที่เป็นตัวการที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองได้

เพราะฉะนั้นจากเหตุผล3ข้อ หรือบันได3ขั้นนี้ น่าจะเป็นการทอดทางลงให้กับการพิจารณาพิจารณาคดีฮั้วส.ว.ของคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 กันยายน 2569 นี้ ซึ่งจะต้องจับตาดูว่า กกต.ใช้ทางลงใดเป็นเหตุผลในการตัดสินคดีฮั้วส.ว.หรือโกงส.ว.ครั้งนี้

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img