อดีตกกต.ชี้ความโปร่งใส่จะเป็นเครื่องพิสูจน์การลงมติ ของ กกต. ให้ประชาชน เกิดความเชื่อมั่นต่อการวินิจฉัยว่าเป็นไปโดยเที่ยงธรรม แจกแจง 229 คน เป็นรายบุคคลให้ชัดเจน
เมื่อวันที่ 13 ก.ย.69 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.โพสต์ว่า สิ่งที่จะพิสูจน์ความโปร่งใสในการลงมติ ของ กกต. ให้ประชาชน เกิดความเชื่อมั่นต่อการวินิจฉัยว่าเป็นไปโดยเที่ยงธรรมคือ
1. หลังการลงมติขอให้ กกต. ทั้ง 7 คน ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ถึงการลงมติของแต่ละคนด้วยตัวเอง ว่าตนลงมติอย่างไรด้วยเหตุผลใด
2. เล่าวิธีการก่อนการลงมติของ กกต. แต่ละคนว่า มาจากการใช้เวลา อ่านเอกสารด้วยตัวเองมากแค่ไหน นานแค่ไหน หรือ ให้ฝ่ายเลขาสรุปให้เท่านั้น
3. เล่าวิธีการลงมติของ กกต. แต่ละคน ว่า ลงมติผู้ถูกร้อง 229 คน เป็นรายบุคคล ต้องลงมติ 229 ครั้ง เป็นรายกลุ่ม ที่ลงมติไม่กี่ครั้ง หรือ วินิจฉัยเป็นภาพรวมทีเดียวทั้ง 229 คน ลงมติครั้งเดียว แบบอนุ ฯ วินิจฉัยชุด 36 ที่ การประชุมทุกครั้ง เอาแต่ฟังและรับทราบ แล้วมาประชุมครั้งสุดท้าย ลงมติแบบยกเข่ง
4. เปิดเผยตัวเลขผลการลงมติ และชื่อ กกต. ที่ลงมติ ในทุกมติที่มีการวินิจฉัย
5. เร่งรัดฝ่ายสำนักงานให้จัดทำคำวินิจฉัยกลางเพื่อให้กรรมการลงนาม ส่งไปศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ให้เสร็จภายใน 30 วัน ไม่ใช่ทำแบบเรื่อย ๆ ซึ่งคดีง่าย ๆ พี่ใช้เวลาถึง 3-4 เดือนหากเป็นคดีซับซ้อน ไม่เร่งรัด จะไม่กินเวลาถึง 5-6 เดือนกว่าจะถึงศาลหรือ
6. หากทำไม่ได้ ขอให้เอาคำว่า “โปร่งใส” ในคำขวัญ กกต. ออกด้วย ครับ เพราะไม่มีสิ่งนี้เกิดขึ้นจริง จะใส่ไว้ทำไม



















