‘ไอติม’ขยี้กกต.ไม่ฟ้องแกนนำ‘ภูมิใจไทย’ ชี้เสียงข้างมากจงใจมองไม่เห็นช้าง 3 ตัว

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“พริษฐ์ วัชรสินธุ” อภิปรายสับ กกต. มติฟ้องฮั้ว สว. แค่ 77 คน ซัดจงใจมองไม่เห็นขบวนการโกงและร่องรอยเชื่อมโยงภูมิใจไทย จี้เปิดมติบอร์ดและส่งสำนวนฉบับเต็มให้ศาลฎีกา

วันที่ 16 ก.ย.2569 เวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาการรับทราบผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปี2567 และปี2568 โดยให้เวลาการอภิปราย 5 ชั่วโมง เริ่มจากนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า กกต.มีมติเสียงข้างมาก สั่งฟ้องคดีฮั้วสว. 77คน ถือว่าน้อยมาก แบ่งเป็นสว. 26คน แกนนำ สส. กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย 1คน เป็นมติขัดหลักการกฎหมาย เข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่มิชอบ สะท้อนว่า เสียงข้างมากกกต. จงใจมองไม่เห็นช้าง 3 ตัวได้แก่ 1.ความเป็นขบวนการโกงสว.ที่ตีกรอบว่า ขบวนการโกงต่างๆไม่เกี่ยวกัน ต่างคนต่างโกง ขัดหลักฐานว่า การโกงทำเป็นขบวนการ มีทั้งโพยใบสั่ง 12เวอร์ชั่น ที่มี สว.130 กว่าคน อยู่ในโพย เป็นขวนการเดียวกัน สถิติลงคะแนนระดับประเทศ ยืนยันมีการแลกคะแนนเป็นขบวนการ และศูนย์ทำโพยที่มีผู้สมัครสว.ไปปรากฏตัวตามโรงแรมต่างๆ ใช้วิทยากรคนเดียวกันวนไปทำหน้าที่ตามที่ต่างๆ รวมถึงมีการปฐมนิเทศสว. หลังได้รับเลือก พบว่า วันที่ 21ก.ค.2567 หลัง 200สว.ได้รับการรับรองจากกกต. มีสว.หลายสิบคนไปประชุมที่โรงแรมพูลแมน เพื่อไปปฐมนิเทศ ตกลงจะเลือกใครเป็นประธานและรองประธานวุฒิสภา

นายพริษฐ์กล่าวว่า 2.ความเชื่อมโยงไปถึงแกนนำ รัฐมนตรี สส.พรรคภูมิใจไทย แม้กกต.ปัดตกคำให้การของนายเอกราช ช่างเหลา พยานคดีนี้ แต่หลักฐานที่โยงไปถึงกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่แค่คำให้การของนายเอกราช แต่มีหลักฐานอื่นๆ เช่น ประวัติการโทรศัพท์ โดยเฉพาะของนางรัตนา บ่อถ้ำ ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวของนายชรัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และยังเป็นเจ้าหน้าที่พรรคภูมิใจไทย จึงสงสัยหากพรรคภูมิใจไทยไม่เกี่ยวโกงสว. เหตุใดนางรัตนาจึงโทรคุยกับสว. 19 คน 62 ครั้ง ในช่วงเวลา 80 วัน ที่คาบเกี่ยวกับการเลือกสว.

ทำให้นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ประท้วงทันทีว่า นายพริษฐ์นำสำนวนที่เป็นความลับการสอบสวนของราชการมาเปิดเผย ขอให้ประธานควบคุมการประชุม ไม่ให้เอาของไม่ชอบ ของเถื่อน มาอภิปรายในสภา

แต่นายโสภณ วินิจฉัยให้นายพริษฐ์พูดต่อ โดยนายพริษฐ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยเคยออกประกาศไม่ให้ลูกพรรคไปยุ่งเกี่ยวการเลือกสว. แต่การที่กกต.ยังสั่งฟ้องบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย จึงเป็นได้ 2 ทางคือ 1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้เรื่องในการกำชับลูกพรรคไม่ให้ยุ่งเกี่ยวการเลือกสว. 2.นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยร่วมกันโกงเลือกสว.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นบรรยากาศการประชุมคุกรุ่นขึ้นทันที เมื่อสส.ภูมิใจไทย รุมประท้วงขอให้นายพริษฐ์ถอนคำพูด ขณะที่นายโสภณที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม ขอให้นายพริษฐ์ ถอนคำพูด เพราะเป็นการกล่าวหานายกฯ เนื่องจากกกต.วินิจฉัยแล้ว ยืนยันนายอนุทินไม่เกี่ยวข้อง จึงไม่สั่งฟ้อง แต่ตนจะไม่ให้ถอนคำพูด แต่ต้องไม่พูดอีก ถ้าพูดจะไม่ให้อภิปราย

นายพริษฐ์ อภิปรายต่อว่า 3.มาตรฐานกกต. ที่ปีที่แล้วเคยสั่งฟ้องการโกงสว.ไปที่ศาล โดยมีหลักฐานแค่แชทไลน์ของ คน2คน ที่มีข้อความแลกเปลี่ยนคะแนนกัน แต่ปีนี้ไม่ฟ้องสว.ร้อยกว่าคน ที่อยู่ในโพยใบสั่ง มีการแลกคะแนนเป็นระบบ ขัดกับมาตรฐานการสั่งฟ้องในอดีต สิ่งที่กกต.ต้องทำมี 4 ข้อคือ 1.ต้องเปิดเผยมติของกกต.ทุกคนว่า ใครลงมติว่าอย่างไร 2.กกต.ต้องส่งสำนวนสอบสวน รวมถึงความเห็นอนุกรรมการชุดที่26 และความเห็นของนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการกกต.ไปที่ศาลฎีกา 3. ให้ยืนยันจะเดินหน้าสอบคดีโกงสว.ที่ไม่ได้อยู่ในสำนวนนี้ 4.หากกระบวนการไต่สวนของศาลฎีกาพบความเชื่อมโยงการโกงสว.มากกว่า 77คน กกต.ต้องรื้อฟื้นคดีและสั่งฟ้องเพิ่มเติม

“หากตัดความเห็น 4 กกต.ที่มาจากสว.สีน้ำเงิน จะเห็นว่า กกต. 3เสียงที่ให้สั่งฟ้องแกนนำภูมิใจไทย และนายอนุทินไปที่ศาลฎีกา ดังนั้นข้อเท็จจริงที่แกนนำภูมิใจไทยและนายอนุทินไม่ถูกสั่งฟ้อง เพราะดุลยพินิจ 4 กกต.ที่มาจากการเลือกของสว.สีน้ำเงิน ใช้ดุลยพินิจเป็นคุณต่อผู้ถูกกล่าวหา หากกกต.ใช้อำนาจต่างตอบแทนมากกว่าปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา ก็กังวลใจแทนกกต.ว่า ความน่าเชื่อถือของกกต.ในสายตาประชาชน จะเหลือเท่าไรในการกลับมารายงานการปฏิบัติหน้าที่ต่อสภาฯในปีหน้า”นายพริษฐ์ กล่าว  

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img