พลพีร์ ลุยตรวจ “ชาบัด” ทั่วประเทศ! จี้เช็กทุนร้อยล้านกว้านซื้อที่ดิน 3 จังหวัดชายแดนใต้ หวั่นกระทบวิถีชุมชน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

มหาดไทยเอาจริง! “พลพีร์ สุวรรณฉวี” สั่งปูพรมตรวจสอบศูนย์ “ชาบัด” ทั่วประเทศ หลังพบพิรุธหลายจุด ทั้งใบอนุญาตก่อสร้าง สินค้าหนี อย. และประเด็นทุนหนาหลักร้อยล้านกว้านซื้อที่ดิน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมจ่อลงพื้นที่เองสกัดความกังวลใจของประชาชน

วันที่ 22 ก.ย.2569 เวลา 15.39 น.ที่พรรคภูมิใจไทย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวที่มีความพยายามในการสร้างชาบัดแห่งใหม่ใน ร้านอาหารย่านอ่าวนางจังหวัดกระบี่ ว่า กรณีชาบัดทั่วประเทศ มีทั้งหมดประมาณ 8-9 ที่ โดยที่จังหวัดภูเก็ตได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าไปตรวจเข้ม ซึ่งได้พบข้อพิรุธ การขอใบอนุญาตก่อสร้างจริง ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติมชั้น 6 ในอาคารที่ไม่ควรมีอาคาร โดยมีระยะเวลาให้ 30 วัน ถ้าไม่มาขอยึดใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ชาบัดที่ภูเก็ตได้ไปเจอร้านขายของ พบว่าสินค้าส่วนใหญ่ที่นำเข้ามาไม่มีสลากและอย. จึงเป็นที่สังเกตว่านำเข้ามาได้อย่างไรและขายได้อย่างไร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจะออกเอกสารอายัดไม่ให้จำหน่าย

 นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า ส่วนชาบัด ในพื้นที่ภาคใต้หรือที่อื่นที่กำลังจะสร้าง ผู้ว่าราชการจังหวัด ไปตรวจสอบโดยเฉพาะ เรื่องใบอนุญาตพร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดูบริษัทที่ถือครองที่ดิน ว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ การขออนุญาตก่อสร้างเป็นอย่างไร ที่สำคัญได้ขอให้ดูเส้นเงิน ที่นำมาก่อสร้างด้วย เพราะการสร้างชาบัดและโบสถ์ของคนยิว ไม่ใช่สถานที่ที่จะสร้างรายได้ได้ หากนำเงินมาลงทุนหลัก100ล้าน 50ล้านหรือพันล้านที่สุขุมวิทเราก็อยากรู้ว่าเงินตรงนี้เอามาจากไหนและใช้เงินส่วนไหนมาดูแล ซึ่งได้มีการตรวจสอบและขยายโครงข่ายจากนี้ไปก็จะมีการประชุม ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI อีกครั้ง ว่าโครงข่ายนี้จะขยายไปถึงตรงไหนได้บ้าง ไม่อยากให้พี่น้องประชาชนเป็นกังวล

นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า สส. หลายคนมาพูดคุยกับตนว่ามีเครือข่ายของชาวอิสราเอล โดยเฉพาะบริษัทที่มีชื่อในการทำสุสานหรือธุรกิจ อื่นๆไปซื้อที่ใน3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มูลค่าเกือบร้อยล้านด้วย ในอนาคตอันใกล้จะลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตัวเอง ว่าเป็นพื้นที่ของใครใช้เงิน ที่ไหนมาซื้อ เป็นบริษัทอะไร มีเจตนารมณ์เพื่อที่จะทำอะไร เพราะเรากลัวว่าหากนำไปทำกิจกรรมที่อาจจะ เป็นการขัดแย้งกับศาสนา หรือวัฒนธรรมของชุมชนจะมีปัญหาอีก จึงขอลงไปตรวจสอบ และจะเชิญมาหารือว่าจะมาลงทุนได้อะไร เพื่อให้คนในชุมชนและพื้นที่ไม่กังวลใจ

ส่วนกรณีที่คนกระบี่เริ่มมีความกังวลใจว่าจะมีการตั้งเป็นชาบัดถาวรเหมือนกับอีกหลายๆแห่งในเมืองท่องเที่ยวนั้น นายพลพีร์ กล่าวว่า ถ้าประชาชนกังวลใจตนก็กังวลใจเช่นเดียวกันซึ่งเป็นหน้าที่ของกรมการปกครอง โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะต้องหาข้อมูลและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจ ว่าสิ่งที่กำลังทำคืออะไร ถ้าทางจังหวัดไม่สามารถทำได้เดี๋ยวตนลงไปทำเอง และดูเนื้อหาต่างๆเองว่าคืออะไร และจะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าถึงเนื้อหาข้อเท็จจริงมากที่สุด เพื่อจะได้สบายใจที่สุด

ส่วนกรณีเจอชาบัด ในพื้นที่กรุงเทพฯถนนพระอาทิตย์ และซอยสุขุมวิท 22 นายพลพีร์ กล่าวว่า ชาบัด ที่ถนนพระอาทิตย์ทาง กทม.ได้เข้าไปตรวจสอบแล้ว ไม่ได้มีการก่อสร้างชั้นใต้ดินตามที่เป็นข่าว ส่วนชั้น 2 และ ชั้น 3 เป็นที่พักของชาวอิสราเอลที่อยู่กันเป็นครอบครัว เบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติ ส่วนที่ดินบริเวณซอยสุขุมวิท 22 ที่มีการสร้างที่จอดรถลงไปใต้ดิน 3 ชั้น และมีอาคารอีก 5 ชั้น ซึ่งมีการขออนุญาตก่อสร้างตามมาตรา 39 ทวิ ของพ.ร.บ.ควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 ซึ่งถือเป็นช่องโหว่ของกฎหมาย โดยตนได้พบกับ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้รับรายงานว่า ยังไม่มีอะไรที่ผิดปกติ แต่ยังมีปัญหาเรื่องระยะร่นจากถนน  ซึ่งทางกทม. จะมีหนังสือให้แก้ไข ซึ่งตนได้สั่งการให้กรมการปกครอง ตรวจสอบข้อมูลควบคู่ไปกับกทม. ด้วย หากมีข้อมูลที่ส่อไปในทางพิรุธก็จะลงพื้นที่ไปดูด้วยตนเอง แต่ตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่น่ากังวล

ส่วนกรณีภัตตาคารโคเชอร์ที่กระบี่ กลับมาเปิดบริการ หลังศาลสั่งปิดกิจการไปปิดแค่ 20วัน จะมีลักษณะเป็นนอมินีหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า ก็ถือว่าไม่ปกติ จึงต้องตรวจสอบ และส่วนตัววางแผนที่จะไปตรวจสอบทุกที่

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img