“สุชาติ” สั่งกรมทรัพยากรน้ำเดินหน้า “ทส.หนึ่งเดียว” ระดมเครื่องสูบน้ำ 10-30 นิ้ว 47 เครื่อง พร้อมเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย ลุยพื้นที่น้ำท่วม 24 ชั่วโมง สูบและระบายน้ำแล้วกว่า 6.1 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยประชาชนกว่า 37,000 ครัวเรือน หรือเกือบ 167,000 คน ลดผลกระทบพื้นที่เกษตรเกือบ 51,000 ไร่ พร้อมเร่งช่วยโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบ
วันที่ 1 ต.ค. 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำชับกรมทรัพยากรน้ำเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ตามแนวทาง “ทส.หนึ่งเดียว” โดยระดมกำลัง เครื่องจักร และเครื่องมือเข้าพื้นที่ เพื่อเร่งสูบและระบายน้ำท่วมขัง พร้อมคืนพื้นที่ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว
นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ รับข้อสั่งการและสั่งการให้สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1-11 ยกระดับการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และกำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมเข้าช่วยเหลือทันที
โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1, 2, 5, 6, 7 และ 9 ระดม เครื่องสูบน้ำขนาด 10-30 นิ้ว จำนวน 47 เครื่อง พร้อมเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย ลงพื้นที่เร่งระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่เสี่ยงภัย
ผลการปฏิบัติการในหลายจังหวัด สามารถสูบและระบายน้ำสะสมรวมแล้ว 6,118,280 ลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็น
- พื้นที่สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1, 2, 5 และ 9 ใน จ.ปทุมธานี อุทัยธานี เพชรบูรณ์ ลพบุรี นครสวรรค์ สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี และสมุทรปราการ รวม 5,691,720 ลูกบาศก์เมตร
- สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6 ใน จ.ปราจีนบุรี ชลบุรี จันทบุรี และสระแก้ว รวม 197,600 ลูกบาศก์เมตร
- สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 7 ใน จ.นครปฐม สุพรรณบุรี และราชบุรี รวม 228,960 ลูกบาศก์เมตร
การดำเนินงานดังกล่าวช่วยบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนแล้วกว่า 37,000 ครัวเรือน หรือเกือบ 167,000 คน และช่วยลดความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรและนาข้าวเกือบ 51,000 ไร่
ขณะเดียวกัน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญกับโรงพยาบาลและพื้นที่ให้บริการประชาชนเป็นกรณีเร่งด่วน โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำช่วย โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี ซึ่งมีประชาชนใช้บริการกว่า 3,000 คนต่อวัน และเตรียมสนับสนุน โรงพยาบาลอินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ซึ่งมีประชาชนใช้บริการกว่า 500 คนต่อวัน เพื่อเร่งระบายน้ำและลดผลกระทบต่อผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนที่จำเป็นต้องเข้ารับบริการ
กรมทรัพยากรน้ำยืนยันว่าจะเดินหน้าติดตามสถานการณ์ ระบายน้ำ และฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนได้รวดเร็ว ลดความเสียหาย และเร่งคืนพื้นที่ให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ



















