“คุณหญิงสุดารัตน์” เช็กลิสต์ 3 ข้อบกพร่องต้องแก้ไขจากน้ำท่วมกรุงเทพฯ 69 เตือนภัยไม่ชัด-ช่วยเหลือประชาชนล่าช้า-บริหารจัดการน้ำล้มเหลว บทเรียนรับมือน้ำท่วมใหญ่อีกหลายครั้งในอนาคต
วันที่ 1 ต.ค.69 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า เช็กลิสต์อะไรต้องแก้ไขจาก “มหาอุทกภัยกรุงเทพฯ” 2569 บทความนี้ เป็นไปเพื่อการนำเสนอการแก้ปัญหา และเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ใน กทม. ในอนาคต ในฐานะที่ผ่านการรับผิดชอบแก้ปัญหาน้ำท่วมในกทม. มาตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่ปี 2539 จนถึงปี 2549 ที่ดูแลกรมชลประทาน
คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า 1) การแจ้งเตือนภัยจากภาครัฐ สอบผ่านหรือไม่ การเตือนภัย ต้องไม่เป็นเพียง “แจ้งเพื่อทราบ” เท่านั้น แต่ต้องเป็นการแจ้งเพื่อให้ประชาชนรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น และประชาชนต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง อย่างตรงไปตรงมา การเตือนภัย เป็นหน้าที่ 2 หน่วยงาน ระดับชาติโดยกรมอุตุฯ ต้องเลิกแจ้งกว้างๆ ระดับท้องถิ่นอย่าง กทม. ที่เป็นผู้รู้พื้นที่ดีที่สุด ว่าพื้นที่ใด หมู่บ้านใด อยู่ในที่ลุ่มต่ำ แอ่งกระทะ เช่น เคหะคลองจั่น เคหะร่มเกล้า เคหะรามอินทรา รวมทั้งหมู่บ้านเก่าแก่ และชุมชนริมคลอง กทม. ต้องแจ้งประชาชนในพื้นที่แอ่งกระทะเหล่านี้ ย้ายข้าวของและรถยนต์ขึ้นที่สูงทันที เพื่อบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ครั้งนี้ถ้ามีการแจ้งเตือนความเสียหายจะเกิดน้อยกว่านี้มาก โดยเฉพาะรถยนต์
2) การบริหารจัดการสอบตกซ้ำซากหรือไม่ ภาพความโกลาหลที่ดิฉันได้สัมผัส และที่สื่อมวลชนนำเสนอยังเหมือนเดิม เหมือนที่หาดใหญ่ การช่วยเหลือประชาชนล่าช้า ไม่ทั่วถึง อาหารที่คนมาบริจาคส่วนใหญ่กองอยู่เฉพาะด้านหน้า
ต้องตั้ง War Room ใหญ่ และ War Room รายพื้นที่ โดยมอบหมายให้มีผู้บัญชาการเหตุการณ์ รับผิดชอบทั้ง 2 ระดับ ให้มีอำนาจสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทั้งหมด แม้จะอยู่กันคนละหน่วยงานหรือคนละกระทรวง และให้มีอำนาจอนุมัติงบประมาณฉุกเฉินจำนวนหนึ่งที่เหมาะสม เพื่อใช้ช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที
รวมทั้งเป็นผู้บริหารจัดการความช่วยเหลือ จากส่วนต่างๆ ที่หลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่ ให้เข้าถึงผู้เดือดร้อนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมรายงานสถานการณ์เข้า War Room ใหญ่ แบบ Real Time เพื่อให้ผู้บัญชาการเหตุการณ์สูงสุด ได้มีข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำและทันต่อเวลา ในการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชน
คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า 3) การบริหารจัดการระบายน้ำ มีประสิทธิภาพ โดยไม่ประมาทหรือไม่ “โชคดีในโชคร้าย” ครั้งนี้เราเจอปัญหาแค่น้ำเดียว คือน้ำฝนที่ตกหนักในกรุงเทพฯ เท่านั้น ดังนั้นเมื่อมีการประกาศเตือนจากกรมอุตุฯ กทม.ได้เร่งพร่องน้ำในคลองสายหลักในกรุงเทพฯ ทั้งหมดก่อนที่ฝนจะเทลงมาแล้วหรือไม่ พร่องมากแค่ไหน อุโมงค์ยักษ์ ทั้ง 7 แห่ง ใช้งบประมาณก่อสร้างเป็นแสนล้าน ทำงานมีประสิทธิภาพหรือไม่ อะไรคือปัญหาหลักที่ทำให้อุโมงค์ยักษ์ ทำงานได้ไม่เต็มศักยภาพ กทม. เตรียมเครื่องสูบน้ำเพียงพอหรือไม่ ในการสูบน้ำออกจากพื้นที่แอ่งกระทะ และที่อยู่ริมคลอง หลายร้อยหมู่บ้าน/ชุมชน เช่น เคหะคลองจั่น เคหะร่มเกล้า และหมู่บ้านจัดสรรที่เก่าแก่ ที่กระจายตัวอยู่มากมาย ไม่เช่นนั้นพื้นที่เหล่านี้จะจมน้ำต่ออีกเป็นสัปดาห์ แม้ฝนเบาลงแล้ว กทม. ได้ใช้เทคโนโลยี ที่ลงทุนไปมากแล้ว มาช่วยในการทำโมเดลแก้ไข และป้องกันน้ำท่วมมากน้อยแค่ไหน
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ขออนุญาตชวนคิด ทบทวนข้อบกพร่อง เพื่อเป็นบทเรียนในการรับมือ “มหาอุทกภัย” ครั้งหน้า อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะคนกรุงเทพฯ จะต้องเจอน้ำท่วมใหญ่อีกหลายครั้ง ในอนาคตอันใกล้นี้ เราจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด



















