“เทพไท เสนพงศ์” แสดงความคิดเห็นกรณีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานท้องถิ่น หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ความคืบหน้าคดีและการปล่อยตัวผู้ต้องหา 3 ราย ชี้แตกต่างจากระบบเด็กฝากในอดีต เพราะเป็นการทุจริตที่มีลักษณะเป็นธุรกิจ พร้อมระบุเป็นเรื่องน่าอับอายที่สังคมไทยไม่ควรมองข้าม
เมื่อวันที่ 14 ต.ค.นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองและอดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความกรณีการโกงสอบท้องถิ่นว่า
โกงสอบท้องถิ่น น่าอาย อัปยศ บัดซบ หลังจากมีกระแสข่าวว่า ปปช.ได้ปล่อยตัวผู้ต้องหา3คน ที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานท้องถิ่น คือ นายพิชิตหรือจ่าพิชิต นายอัศวินหรือดร.วิน นางสาวทศพร น้องสาวของดร.วิน ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความคืบหน้า และการเอาจริงเอาจังของปปช.ต่อคดีโกงสอบท้องถิ่นกันอย่างกว้างขวาง จนมีนักข่าวได้ไปถามความเห็นของนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้แสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ว่า ในฐานะที่เป็นข้าราชการกระทรวงมหาดไทยเก่า เมื่อมีเรื่องทุจริตครั้งใหญ่รู้สึกอับอาย และได้แสดงความเห็นไปยังข้าราชการที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ในกระทรวงมหาดไทย ขอให้แก้ไข จนทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หลายคน ออกมาตอบโต้ความเห็นของนายสุทธิพงษ์ เช่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ในฐานะกระทรวง นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ออกมาเหน็บแนมนายสุทธิพงษ์ว่า
ถ้าเรื่องการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นเป็นเรื่องที่น่าละอาย คำว่าปลัดหมื่นล้านที่เขาเรียกกัน น่าละอายมากกว่า รวมไปถึงนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาชี้แจงว่า เรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตน่าอายกว่าเรื่องในปัจจุบัน และผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยในชุดปัจจุบัน ก็พยายามจะแก้ไข รวมถึงการเคลื่อนไหวเพจกระทรวงมหาดไทย PR ซึ่งเป็นสื่อของกระทรวง ได้โพสต์ข้อความโจมตีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก็ออกมาแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่ไม่ให้ความสำคัญกับคำพูดของนายสุทธิพงษ์ หรือแม้แต่สมาชิกของพรรคภูมิใจไทย นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการปปช. ก็ออกมาปกป้องผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยที่มาจากฝ่ายการเมือง
ผมในฐานะที่เคยทำงานที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย2ครั้ง และเห็นว่าการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยมีมาช้านาน แต่เป็นในลักษณะรูปแบบ ฝากเข้าทำงาน ช่วยเหลือเครือข่ายพรรคพวก หรือที่เรียกกันว่า เด็กเส้นเด็ก เด็กฝากหรือเด็กนาย ให้บรรจุเป็นข้าราชการ เมื่อมีการสอบบรรจุข้าราชการแต่ละครั้ง ก็มีเด็กฝากเด็กเส้น อยู่จำนวนหนึ่ง ถือได้ว่าเหมือนกับเป็นเรื่องปกติในการสอบข้าราชการของประเทศไทย แต่ครั้งนี้มีการทุจริตกันอย่างมโหฬาร และเป็นการทุจริตแบบครบวงจร และเป็นการทุจริตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของระบบราชการไทย เพราะมีผู้เข้าสอบถึงจำนวน 400,000 คน มีบุคคลที่เข้าร่วมการทุจริตนับ 10,000 คน และมีวงเงินเข้ามาเกี่ยวข้องการทุจริตนับ 10,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก
การที่นายสุทธิพงษ์ออกมาระบุว่า เป็นเรื่องที่น่าละอายก็เป็นความจริง แม้ว่าในยุคของนายสุทธิพงษ์เป็นปลัดกระทรวง ก็อาจจะมีเด็กเส้น เด็กฝากอยู่บ้าง แต่ไม่ถึงขั้นกับการตั้งราคาค่าหัว หรือเรียกรับเงินกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ในอดีตที่ผ่านมาอาจจะมีเด็กฝากในระบบเส้นสาย ระบบคะแนน ระบบผู้มีพระคุณ ลูกหลานของนักการเมือง ลูกหลานของข้าราชการในกระทรวงมหาดไทย ก็เป็นไปตามรูปแบบของสังคมอุปถัมภ์ ซึ่งเป็นประเพณีปฏิบัติของสังคมไทยที่เป็นสังคมอุปถัมภ์ แต่ยุคนี้ไม่ใช่สังคมอุปถัมภ์ มันเป็นเรื่องของธุรกิจการหาเงินจากการสอบบรรจุ ซึ่งมีวงเงินหมุนเวียนอยู่นับ 10,000 ล้านบาท จึงไม่ใช่เรื่องธรรมดา การที่บอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าละอาย ก็เป็นเรื่องจริง ใครจะไม่ละอายก็แล้วแต่ แต่เชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศละอาย และประณามว่าพฤติกรรมการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานท้องถิ่น เป็นการกระทำที่อัปยศ และบัดซบมากที่สุด





















