สมช.ย้ำยึดกรอบหยุดยิงไทย-กัมพูชา ติดตามสถานการณ์ชายแดนใกล้ชิด หลังจีนส่งมอบรถถังให้กัมพูชา

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

เลขาธิการ สมช. ระบุปมข้อพิพาทเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา เป็นหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการตามกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะที่สถานการณ์ชายแดนยังอยู่ในภาวะเปราะบาง แต่ควบคุมได้ พร้อมย้ำไทยยังยึดมั่นข้อตกลงหยุดยิง และติดตามท่าทีของกัมพูชาอย่างใกล้ชิด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาเขตแดนทางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชา ภายใต้กรอบกฎหมายอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS) ภายหลังกัมพูชาเดินหน้าใช้กระบวนการประนีประนอมภาคบังคับ ว่า ขณะนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งกำลังดำเนินการพิจารณาและเตรียมรายละเอียดในทุกมิติอย่างรอบคอบ

นายฉัตรชัย ยังกล่าวถึงสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ภายหลังมีรายงานว่ากัมพูชาได้รับมอบรถถังจากจีนและมีความเคลื่อนไหวด้านยุทโธปกรณ์ ว่า เป็นประเด็นที่ฝ่ายความมั่นคงของไทยติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงมีความเปราะบางอยู่บ้าง

อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงยึดมั่นตามข้อตกลงหยุดยิงที่ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันดำเนินการไว้ โดยเชื่อว่าสถานการณ์ในระดับพื้นที่และระดับท้องถิ่นยังอยู่ในขอบเขตที่สามารถบริหารจัดการและควบคุมได้ แม้อาจมีเหตุการณ์กระทบกระทั่งเกิดขึ้นเป็นระยะ แต่ยังสามารถใช้กลไกการพูดคุยและประสานงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหาได้

“สถานการณ์ยังอยู่ในสภาวะที่ควบคุมได้ และสามารถเดินหน้าต่อไปได้ภายใต้กรอบความร่วมมือที่มีอยู่” นายฉัตรชัย กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ระบุว่าจะใช้ทั้งกลไกการเจรจาและกำลังทหารในการทวงคืนดินแดนจากไทย นายฉัตรชัย กล่าวว่า เข้าใจว่าถ้อยแถลงดังกล่าวอาจเป็นการสื่อสารในบริบทเฉพาะของฝ่ายกัมพูชา ขณะที่ฝ่ายไทยมีแนวทางดำเนินการที่เหมาะสมตามที่นายกรัฐมนตรีได้แสดงจุดยืนไว้ก่อนหน้านี้

เลขาธิการ สมช. ยอมรับว่า ยังไม่สามารถประเมินได้อย่างชัดเจนว่าถ้อยแถลงดังกล่าวจะนำไปสู่การดำเนินการจริงหรือไม่ แต่ยืนยันว่าฝ่ายไทยมีความพร้อมในทุกด้าน และจะติดตามประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

เมื่อถามว่าท่าทีของสมเด็จฮุน เซน เป็นสิ่งที่ประเมินได้ยากหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า จำเป็นต้องติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ต่อไป ส่วนจะเป็นเรื่องที่ประเมินได้ยากเพียงใดนั้น ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและสถานการณ์ในระยะต่อไป

พร้อมกันนี้ นายฉัตรชัย ย้ำว่า ข้อตกลงหยุดยิงยังคงเป็นกรอบสำคัญที่ทั้งไทยและกัมพูชาต้องยึดถือร่วมกัน โดยแม้ฝ่ายกัมพูชาจะมีการแสดงท่าทีในประเด็นต่างๆ แต่รัฐมนตรีของกัมพูชายังคงยืนยันการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการรักษาเสถียรภาพบริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศ

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img