“เทพไท เสนพงศ์” เปิดเหตุผลกรณี “เล่าต๋า แสนลี่” อดีตราชายาเสพติดรายใหญ่ ได้รับการปล่อยตัวหลังรับโทษจริง 8 ปี 3 เดือน 28 วัน ทั้งที่เดิมถูกพิพากษาประหารชีวิต ก่อนลดเหลือจำคุกตลอดชีวิต
เมื่อวันที่ 18 ส.ค.นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง และอดีตสส.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์ข้อความกรณี การปล่อยตัว เล่าต๋า แสนตี่ ว่า
เฉลย ทำไม เล่าต๋า แสนลี่ ติดคุกแค่8ปี
มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีนายเล่าต๋า แสนลี่ อดีตราชายาเสพติดรายใหญ่ ที่ได้รับการปล่อยตัว เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 จากการถูกคุมขังหรือจำคุกโทษตลอดชีวิต และได้รับการลดโทษเหลือจำคุกจริงเวลา 8ปี 3เดือน 28 วัน ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตและข้อสงสัยว่า ทำไมนักโทษที่มีโทษประหารชีวิต และเมื่อให้การรับสารภาพ ลดเหลือโทษเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิต และเมื่อถูกจำคุกอยู่ระยะหนึ่ง ก็ได้รับสิทธิ์ลดโทษเหลือโทษจำคุกเพียง 8 ปีเศษๆ
ถ้าจะพิจารณาถึงการลดโทษ หรือสิทธิที่นายเล่าต๋า แสนลี่ ได้รับน่าจะมาจากเหตุผล คือ
1.นายเล่าต๋า แสนลี่ ถูกจำคุกและได้รับการลดโทษจากระเบียบของกรมราชทัณฑ์ฉบับเก่า คือสามารถลดโทษได้ทันที เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ จึงทำให้เป็นจุดเริ่มต้นการรับโทษของนายเล่าต๋า แสนลี่ ได้รับสิทธิ์ลดโทษเรื่อยมา
2.หลังจากผู้ต้องหาคดีโกงจำนำข้าว คือเสี่ยเปี๋ยงและพวก ได้รับสิทธิ์ลดโทษและได้รับการปล่อยตัวในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้สังคมตั้งข้อสงสัย จนรัฐบาลในขณะนั้นได้มีการปรับปรุงระเบียบของกรมราชทัณฑ์ โดยมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2565 ได้รับทราบเรื่องระเบียบการลดโทษ โดยมีระเบียบใหม่คือ ต้องจำคุกมาแล้ว 1ใน3 ของโทษ ถึงจะได้รับการลดโทษ หรือถูกคุมขังมาแล้วเป็นเวลา 8 ปีเป็นอย่างน้อย ซึ่งระเบียบนี้เพิ่งใช้ในปี 2565 เป็นเงื่อนไขที่ไม่ได้ใช้บังคับต่อนายเล่าต๋า แสนลี่
3.นายเล่าต๋า แสนลี่ เป็นนักโทษถูกคุมขังในห้วงเวลาที่เกิดโรคระบาดของโควิด-19 ซึ่งนโยบายของกรมราชทัณฑ์ต้องการจะระบายหรือปล่อยตัวนักโทษที่ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำอย่างแออัด จึงทำให้มีการลดโทษในปี 2563 และปี 2564 ปีละ2ครั้ง จึงทำให้นักโทษทั่วไปได้รับโทษเหลือน้อยลงทุกคน
4.นายเล่าต๋า แสนลี่ มีอายุเกิน 70 ปี ซึ่งในขณะนี้อายุ 85 ปี จึงได้รับสิทธิ์พิเศษมากกว่านักโทษที่อายุยังไม่ถึง70ปี จึงให้สิทธิ์การลดโทษอย่างรวดเร็ว
ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นไปตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ จะออกมาในรูปแบบใด และในยุคสมัยใด และจะออกเพื่อช่วยเหลือนักโทษคนใดหรือไม่ อย่างเช่นครั้งหนึ่ง ต้องการจะช่วยนักโทษบางคน ก็ออกระเบียบการพักโทษเป็นกรณีพิเศษ คือ ถูกคุมขังหรือจำคุกแล้ว 1ใน3ของโทษ ก็สามารถพักโทษได้ หลังจากนั้นก็ยกเลิกระเบียบดังกล่าว ให้ไปใช้ระเบียบเดิม ต้องจำคุกแล้ว2ใน3ก่อน ถึงจะได้รับสิทธิ์พักโทษ
จะเห็นได้ว่ากรมราชทัณฑ์ได้ใช้การบริหารโทษอย่างอำเภอใจ ต่อบุคคลบางกลุ่มบางพวก ที่ฝ่ายการเมืองต้องการที่จะช่วยเหลือ ซึ่งต่อจากนี้ไปถ้าหากกรมราชทัณฑ์ จะยึดถือระเบียบใหม่ที่เริ่มปฏิบัติมาในปี 2565 จะทำให้นักโทษได้รับสิทธิ์ลดโทษน้อยลงและช้าลง หรือทำให้ติดคุกนานมากขึ้น เพราะจุดเริ่มต้นของการลดโทษ จะต้องถูกจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 1ใน3หรือ 8ปีของโทษที่ได้รับ จึงทำให้นักโทษไม่สามารถลดโทษได้ทันทีตั้งแต่วันที่เข้าสู่เรือนจำ
จะต้องรอดูว่า บทเรียนจากกรณีของนายเล่าต๋า แสนลี่ จะนำไปปรับปรุงระเบียบการจำคุกของนักโทษในเรือนจำ ของกรมราชทัณฑ์ในรูปแบบใดหรือไม่



















