นายกฯยืนยันไม่มีทหารยิงจากฮ.ใส่ปชช. สั่งมทภ.4ตรวจสอบวิถีกระสุนชี้พิสูจน์ได้

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“อนุทิน” ย้ำแม่ทัพภาค 4 ปฏิเสธหนักแน่น ไม่มีการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ใส่ประชาชน แต่สั่งตรวจสอบวิถีกระสุน-อาวุธพิสูจน์ข้อเท็จจริง ชี้ผู้บาดเจ็บยังมีชีวิตสามารถสอบถามได้ ยืนยันเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมรับสถานการณ์ใต้เกิดกว่า 100 เหตุใน 3 วัน การข่าวต้องปรับปรุง ย้ำ “การเมือง-ทหาร” ต้องจับมือทำงานร่วมกัน

เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 25 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ว่า หากตนลงพื้นที่ด้วยตัวเองอาจสร้างความลำบากให้กับเจ้าหน้าที่ แต่การสั่งการ แนวทางปฏิบัติ และการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการรายงานและหารือเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติแล้ว

เมื่อถามถึงกรณีมีการกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธยิงลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ นายอนุทินกล่าวว่า ได้สอบถามแม่ทัพภาคที่ 4 แล้ว และได้รับการยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากต้องการให้เกิดความชัดเจนและสร้างความสบายใจแก่ประชาชน ตนจะกำชับให้แม่ทัพภาคที่ 4 ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด

“เพราะของพวกนี้โกหกไม่ได้ ผู้บาดเจ็บยังมีชีวิต การพิสูจน์วิถีกระสุน ปืนที่นำมาใช้ สามารถพิสูจน์หลักฐานในทางวิทยาศาสตร์ได้ ก็เป็นไอเดียที่ดี ตนจะให้แม่ทัพภาคที่ 4 ดำเนินการ” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามถึงแนวทางหลังจากมีการเรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง นายอนุทินกล่าวว่า วิธีการดำเนินการถือเป็นความลับทางราชการ แต่เป้าหมายและความมุ่งมั่นคือการทำให้เกิดสันติสุขและความปลอดภัยแก่ประชาชน ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของรัฐบาล โดยจะดำเนินการทุกวิถีทางและให้ความสำคัญกับการรักษาชีวิตประชาชนให้ปลอดภัยสูงสุด

ส่วนกรณีหลายฝ่ายวิจารณ์การใช้อาวุธสงครามของเจ้าหน้าที่ทหารว่าอาจเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ นายอนุทินกล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐมีหลักปฏิบัติและต้องดำเนินการตามกรอบกฎหมาย โดยแต่ละพื้นที่และสถานการณ์อาจมีรูปแบบการตอบโต้ การป้องกันตัว หรือการเข้าระงับเหตุที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่ต้องยึดถือคือการปฏิบัติภายใต้กรอบและข้อกำหนดของกฎหมาย

“ตนขอให้ความมั่นใจว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐคนไหนที่จะทำนอกเหนือกฎหมายได้” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามถึงการเกิดเหตุความไม่สงบกว่า 100 เหตุการณ์ภายใน 3 วัน และจะมีการปรับมาตรการอย่างไร นายอนุทินยอมรับว่า งานด้านการข่าวยังต้องปรับปรุงอีกมาก โดยตนได้แสดงความกังวลและกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว เนื่องจากการเกิดเหตุพร้อมกันเป็นจำนวนมากในห้วงเวลาเดียวกัน เป็นเรื่องที่อธิบายต่อประชาชนได้ยาก

นายอนุทินกล่าวว่า หากเกิดเหตุพร้อมกันนับสิบหรือนับร้อยจุดแล้วภาครัฐบอกว่าไม่ทราบเลย ก็แสดงว่าประสิทธิภาพของระบบการข่าวมีปัญหา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่ามีข้อมูลการข่าวอยู่ เพียงแต่ฝ่ายก่อเหตุมีการเตรียมการเป็นอย่างดีในแต่ละจุด

ทั้งนี้ ตนได้ใช้ดุลพินิจและอำนาจที่มีอยู่ในการปรับปรุงทั้งบุคลากรและวิธีการทำงาน เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น และขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่

นายอนุทินกล่าวอีกว่า ช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ทั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการทหารบก แม่ทัพภาคที่ 4 สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รวมถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อหาข้อสรุปและดำเนินการทุกวิถีทาง ทั้งการเจรจา การบังคับใช้กฎหมาย และการเสริมกำลังเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

เมื่อถามว่าการดึงกำลังทหารเข้ามาช่วยงานเป็นเหตุผลหนึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “ทุกอย่างมีเหตุผลหมด”

ส่วนกรณีมีการกล่าวอ้างว่าเฮลิคอปเตอร์ยิงใส่ประชาชน นายอนุทินย้ำว่า สามารถพิสูจน์ได้จากหลักฐาน ทั้งวิถีกระสุนและอาวุธที่ใช้ โดยขณะนี้ผู้ได้รับบาดเจ็บยังไม่เสียชีวิต จึงสามารถสอบถามข้อเท็จจริงได้ รวมถึงมีแพทย์ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามจรรยาบรรณ และทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมาย

เมื่อถามย้ำว่ามีรายงานมายังนายกรัฐมนตรีหรือไม่ว่ามีการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ นายอนุทินกล่าวว่า มีแต่รายงานในลักษณะปฏิเสธว่าไม่ได้ดำเนินการเช่นนั้น โดยตนได้ถามย้ำหลายครั้งว่า “ไม่มีแน่นะ ทำอย่างนั้นไม่ได้นะ” และแม่ทัพภาคที่ 4 ก็ได้แถลงข่าวในทิศทางเดียวกับที่รายงานมายังตน

“ถ้ามีอะไรนอกเหนือจากนี้ คงไม่ใช่ ไม่มีเหตุอะไรที่แม่ทัพภาคที่ 4 จะปิดบังประชาชน” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามถึงนโยบายการแก้ปัญหาภาคใต้ที่เดิมใช้แนวทาง “การเมืองนำการทหาร” และหลังจากนี้จำเป็นต้องปรับเป็น “ทหารนำการเมือง” หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีใครนำใคร แต่ทุกฝ่ายต้องจับมือกันทำงานเพื่อสร้างความสงบให้บ้านเมือง โดยต้องทำงานร่วมกันอย่างสามัคคีและร่วมมือกัน

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img