“อนุทิน”ชี้น้ำท่วมสะท้อนโจทย์ประเทศ ลั่น“แผน 14”ต้องวัดผลที่ชีวิตประชาชน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“อนุทิน” เปิดประชุม สศช. ชี้บทเรียนจากน้ำท่วมสะท้อนการพัฒนาประเทศต้องทำให้ประชาชนใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้มั่นคง ย้ำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ไม่ควรวัดความสำเร็จการศึกษาจากจำนวนปริญญา แต่ต้องดูทักษะที่ใช้ได้จริง พร้อมวางกติกา Data Center ไม่ให้แย่งน้ำ-ไฟประชาชน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 ก.ย. 2569 ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมประจำปี 2569 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ภายใต้หัวข้อ “แผน 14 เปลี่ยนไทยให้ไปไกลกว่าเดิม Thailand’s Next Agenda” พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับการขับเคลื่อนร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 พ.ศ. 2571-2575

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงบทเรียนจากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้กระทบเพียงการเดินทาง แต่กระทบต่อคุณภาพชีวิต บ้านเรือน ร้านค้า การทำงาน การสร้างรายได้ และความมั่นคงของครอบครัวประชาชนจำนวนมาก

นายอนุทินกล่าวว่า ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า การพัฒนาประเทศไม่ควรวัดเพียงตัวเลขหรือโครงการที่ดูดี แต่ต้องคำนึงถึงความสามารถของประเทศในการทำให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง ทั้งในสถานการณ์ปกติและเมื่อเกิดวิกฤต

ระหว่างกล่าวปาฐกถา นายกรัฐมนตรีมีอาการไอเป็นระยะและดื่มน้ำ พร้อมกล่าวติดตลกว่า ช่วงนี้ต้องลงพื้นที่น้ำท่วมทุกคืนและนอนน้อย ก่อนเข้าสู่ประเด็นการศึกษาในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14

นายอนุทินระบุว่า ต่อไปไม่ควรวัดความสำเร็จด้านการศึกษาจากจำนวนคนที่ได้รับวุฒิปริญญาเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูว่าประชาชนมีทักษะที่สามารถนำไปใช้ได้จริง มีงานที่เหมาะสม มีรายได้ และสามารถต่อยอดความสามารถพิเศษของตนเองได้

นายกรัฐมนตรีได้ยกตัวอย่าง น.ส.รัตติกานต์ อำลอย หรือ “น้องเนเน่ รอยัล” ผู้ชนะรายการ America’s Got Talent ซีซั่น 21 โดยระบุว่า แม้ยังไม่จบปริญญาตรี แต่สามารถสร้างชื่อเสียงจากความสามารถและต่อยอดไปสู่การสร้างรายได้ได้

ขณะเดียวกัน นายอนุทินกล่าวถึงการลงทุนในกลุ่ม Data Center ว่าควรมีกติกาที่ทำให้ผู้ลงทุนรับผิดชอบต่อการใช้พลังงานสะอาด และไม่กระทบหรือแย่งชิงทรัพยากรน้ำและไฟฟ้าที่จำเป็นต่อประชาชน

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การนำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ไปปฏิบัติไม่ควรผูกติดกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่ควรเป็นวาระร่วมกันของประเทศ โดยต้องเปลี่ยนจากการวางแผนไปสู่ผลลัพธ์ที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้จริง

พร้อมระบุถึงแนวทางสำคัญว่า ต้องเปลี่ยน “แผน” ให้เป็น “การตัดสินใจ” เปลี่ยนการตัดสินใจให้เป็น “การลงมือทำ” และทำให้การดำเนินงานเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img