หน้าแรกHighlightเปิดเวทีดีเบตกกต.69!!“พท.”ปะทะ“ภท.” ประชันนโยบายด้านสังคมและการศึกษา

เปิดเวทีดีเบตกกต.69!!“พท.”ปะทะ“ภท.” ประชันนโยบายด้านสังคมและการศึกษา

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ประชันวิสัยทัศน์นโยบายระดับประเทศ! กกต. เปิดเวที “Election Debate Thailand 2026” วันแรกคึกคัก เพื่อไทยส่ง “นโยบายรัฐลงทุนคน” ดูแลตั้งแต่เด็กแรกเกิดยันสูงวัย พร้อมเข้มปราบยาเสพติดครบวงจร ด้านภูมิใจไทยไม่ยอมแพ้ โชว์ไม้เด็ด “ขยายอายุเกษียณ” หวังดึงรุ่นเก๋าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ปิดท้ายด้วยศึกด้านการศึกษาระหว่าง “ประชาธิปัตย์ – ประชาชน” เตรียมรับชมพร้อมกันต้น ก.พ. นี้

วันที่ 12  ม.ค.2569  ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งบันทึกเทปเวที “Election Debate Thailand 2026”   ประชันนโยบายระดับประเทศ ซึ่งวันนี้เป็นแรก  เป็นกลุ่มพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร 300-400 เขต   จำนวน 5 พรรค ได้แก่ พรรคเพื่อไทย ภูมิใจไทย ประชาชน ประชาธิปัตย์ และกล้าธรรม  โดยประชันนโยบายใน 2 ประเด็น 1. ประเด็นด้านสังคม ซึ่งพรรคเพื่อไทยประชันนโยบายกับพรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม โดยพรรคเพื่อไทยส่งน.ส. ธีราภา ไพโรหกุล ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ  ส่วนพรรคภูมิใจไทยส่งนายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ขณะที่พรรคกล้าธรรม เดิมน.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เป็นตัวแทนแสดงวิสัยทัศน์ แต่ติดภารกิจปราศรัยหาเสียงที่จังหวัดร้อยเอ็ด จึงไม่สามารถมาเวทีประชันนโยบายได้

สำหรับประเด็นที่ 2 ด้านการศึกษา เป็นการประชันนโยบายระหว่าง พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาชน โดยพรรคประชาธิปัตย์ส่ง น.ส.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนพรรคประชาชน ส่งนายปารมี ไวจงเจริญ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

ทั้งนี้การบันทึกเทปการประชันนโยบายจะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 12-16 ม.ค. 2569 ก่อนจะนำไปออกอากาศสถานีโทรทัศน์ วิทยุ และสำนักข่าวออนไลน์ ระหว่างวันที่ 2-6 ก.พ.2569 ในช่วงเวลา 05.00น.- 01.00น.วันถัดไป

โดยน.ส.ธีราภา กล่าวภายหลังเข้าร่วมบันทึกเทปว่า การดีเบตวันนี้ เรื่อง หลักๆคือ เรื่องการศึกษา พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพประชากรอย่างจริงจัง ยอมรับว่าประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ขณะที่อัตราการเกิด ลดลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงไม่ควรเน้นเพียงปริมาณ แต่ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพเป็นหลัก

นอกจากนี้ยังเสนอนโยบายดูแลประชาชนตั้งแต่ช่วงเด็กแรกเกิด ไปจนถึงการพัฒนาตลอดช่วงวัย รวมถึงแนวคิดเรื่องบัญชีเด็กแรกเกิด เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเด็กอย่างเป็นระบบ ส่วนประเด็นการปราบปรามยาเสพติด พรรคเน้นการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ครบวงจร มีมาตรการทั้งการยึดทรัพย์ผู้กระทำผิด การบำบัดรักษา และฟื้นฟู ผู้เสพให้กลับเข้าสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน รวมถึงแนวคิดสำคัญอย่างนโยบาย 1 จังหวัด 1 ศูนย์ฟื้นฟู เพื่อให้แต่ละจังหวัดมีศูนย์ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดที่ครบวงจรและเพียงพอต่อความต้องการ

ส่วนด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นปัญหาที่กำลังรุนแรงในปัจจุบัน โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างกว้างขวาง พรรคจึงผลักดันพ.ร.บ.อากาศสะอาด เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการปัญหานี้อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังเตรียมร่างพ.ร.บ.ภาวะโลกร้อน เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว พร้อมทั้งย้ำถึงนโยบายน้ำสะอาด ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ โดยต่อยอดจากแผนงานนโยบายน้ำ ที่เคยดำเนินการมาตั้งแต่สมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ประชาชนทุกพื้นที่ได้รับน้ำสะอาดที่เพียงพอและมีคุณภาพ ด้านนายวราวุธ กล่าวว่าได้นำเสนอนโยบายด้านสังคมที่เช่น การดูแลผู้สูงอายุ ยาเสพติด ส่วนนโยบายขยายอายุเวลาเกษียณราชการ เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุให้กระฉับกระเฉงทั้งกายและสมองเพื่อไม่ให้เสื่อมสภาพเร็ว และช่วยลดภาระงบประมาณและค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในระยะยาว แต่ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ใช้เวลาเตรียมการอีก 2 ปีขึ้นไป  ส่วนด้านการศึกษา เสนอสร้างแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ที่เข้าถึงได้ง่าย มีองค์ความรู้ครบถ้วนตั้งแต่พื้นฐานถึงระดับสูง โดยเชิญภาคเอกชนมาร่วมออกแบบหลักสูตร เพื่อให้เรียนจบแล้วตอบโจทย์ตลาดแรงงานจริง

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img