นโยบายด้านพลังงานของพรรคต่าง ๆ ล้วนมุ่งไปที่ค่าไฟต่ำ ส่วนนโยบายราคาน้ำมันไม่มีพรรคไหนเจาะจงมากนัก ก็ต้องมาลุ้นกันว่า รมว.พลังงานคนใหม่ตัวเต็ง เขาคนนั้นจะมีนโยบายดูแลราคาน้ำมันอย่างไร เพราะปีนี้ราคาน้ำมันสวิงหนัก วันนี้ขึ้นพรุ่งนี้ลงได้ตลอดเวลา
ปัจจัยหลักที่ทำให้ผันผวนตอนนี้มาจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็มีสัญญาณบวกจากการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมถึงการคาดการณ์ปริมาณน้ำมันดิบที่จะออกมาในตลาดมากขึ้น จากคาซัคสถานที่กลับมาผลิตน้ำมันดิบจากแหล่งแทงกิซอย่างต่อเนื่อง หลังหยุดผลิตชั่วคราวจากเหตุเพลิงไหม้เมื่อกลางเดือนมกราคม 2569
รวมถึงปริมาณส่งออกน้ำมันดิบของเวเนซุเอลา ข้อมูลจากไทยออยล์ระบุว่า เวเนซุเอลาปรับการส่งออกเพิ่มขึ้นที่ระดับ 0.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมกราคม 2569 เพิ่มจาก 0.5 ล้านบาร์เรลต่อวันเมื่อเดือนธันวาคม 2569 โดยส่งออกไปยังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 0.28 ล้านบาร์เรลต่อวัน จาก 0.1 ล้านบาร์เรลต่อวันเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมน้ำมันและเปิดทางให้ผู้ค้าสามารถส่งออกได้ จากก่อนหน้านี้ที่ถูกสหรัฐฯ กดดันโดยปิดล้อมน่านน้ำและยึดเรือบรรทุกน้ำมันของเวเนซุเอลาจำนวน 7 ลำ ส่งผลให้น้ำมันดิบมากกว่า 40 ล้านบาร์เรลสะสมทั้งบนบกและบนเรือ
อย่างไรก็ตามแม้ว่าหลายสถานการณ์ดูว่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดีแต่ก็ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างมีการเจรจาหยุดยิงของรัสเซีย-ยูเครน แต่ก็ยังมีการยิงกันอยู่ประปราย หรือความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านก็มีโอกาสอาจบานปลายไปถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ แม้จะไม่เคยปิดช่องแคบนี้จริง แต่แค่ขู่ก็มีผลต่อราคาน้ำมันตลาดโลกแล้ว

ด้วยหลายปัจจัยที่ไม่แน่นอน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเป็นกลไกการดูแลราคาน้ำมันอาจจะเป็นบวกในเวลานี้ แต่ก็อาจกลับมาติดลบได้ข้ามคืน ตอนนี้เพิ่งมีสถานะเป็นบวกอยู่ 1,226 ล้านบาท จากช่วงเดือนตุลาคม 2568 ที่ติดลบประมาณ 14,754 ล้านบาท และเคยติดลบกว่าแสนล้านในปี 2565 ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน
ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 กองทุนฯ มีรายรับอยู่วันละ 79.47 ล้านบาท เป็นรายรับจากน้ำมัน 52.27 ล้านบาท และรายรับจากก๊าซหุงต้ม 27.20 ล้านบาท และจากราคาน้ำมันตลาดโลกที่สวิงกองทุนน้ำมันฯ ก็ยังต้องชดเชยราคาดีเซลอยู่ 20 สตางค์ต่อลิตรตั้งแต่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงตอนนี้
ประเด็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมชงให้รมว.พลังงานชุดใหม่เพื่อมาทบทวน “แผนวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง” โดยแผนนี้จะต้องบวกเพิ่มสถานการณ์ที่เข้าข่ายเป็นวิกฤต และควรให้กลไกกองทุนน้ำมันฯ เข้ามาช่วยเหลือประชาชน กรอบราคาดีเซลต้องไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรจะยังอยู่หรือไม่ หรือจะขยับเป็น 32 หรือ 33 บาทต่อลิตรถึงให้กองทุนน้ำมันฯ เข้ามาชดเชย รวมถึงจะตรึงราคาขายก๊าซหุงต้มครัวเรือนไว้ที่ 423 บาทต่อถัง 15 กก. ต่อไปหรือไม่
สำหรับแผนวิกฤติใหม่ก็จะปรับเพิ่มบริบทให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่างๆให้ครอบคลุมมากขึ้น เช่น ภาวะเศรษฐกิจ และโรคระบาด เพราะเป็นอีกปัจจัยที่ต้องตรึงราคาน้ำมัน เพื่อพยุงเศรษฐกิจ เมื่อรมว.พลังงานเห็นชอบหรือมีแนวคิดประการใดต้องชงไปที่ครม.ต่อ
อย่างไรก็ตามมีอีกประเด็นที่กองทุนน้ำมันฯต้องยุติบทบาทไปไม่ว่ารมว.พลังงานคนใหม่จะเห็นด้วยหรือไม่ เพราะวันที่ 24 กันยายน 2569 นี้ ต้องเลิกชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพตามกฎหมาย เหลือเพียงวัตถุประสงค์ดั่งเดิม ตามมาตรา 5 แห่งพรบ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 2562 ในการรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้้ามันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมในกรณีที่เกิดวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งตอนนี้ก็ไม่มีการชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพแล้ว
ย้อนมาถึงราคาน้ำมัน ว่าไปแล้วก่อนหน้านี้ในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ทำให้ราคาน้ำมันขึ้นหนักก็เคยมีการขอปรับเพดานราคาดีเซลให้ไปถึง 32-33 บาทต่อลิตรมาแล้ว แต่ทำได้เพียงการขอขยายกรอบเป็นครั้งคราว และต้องผ่านหลายขั้นตอนเหลือเกิน ทั้งที่คณะกรรมการคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และคณะรัฐมนตรี เพราะเพดานราคาดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรยังอยู่ ก็อาจมีเหตุผลที่ต้องตรึงดีเซลตามตำรา เพราะดีเซลใช้เป็นเชื้อเพลิงในภาคอุตสาหกรรม เพราะเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคขนส่ง ทำให้ต้นทุนสินค้าและการเดินทางเพิ่มขึ้น เพราะจะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น เนื่องมาจากภาวะราคาสินค้าโดยรวมเพิ่มสูงขึ้น “3 เพราะ” ดั่งนี้ก็ใช่ แต่จริง ๆ แล้วการตรึงนาน ๆ หลาย ๆ ปีตั้งแต่ 2564 ย่อมไม่จูงใจให้ผู้ประกอบการปรับตัวย้อนแย้งกับการส่งเสริมสังคมคาร์บอนต่ำ และขาดแรงส่งในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งกลายเป็นเมจิกนัมเบอร์ราคาดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร และก๊าซหุงต้ม 423 บาทต่อถัง 15 กก. ตลอดกาลตลอดไป รมว.พลังงานคนใหม่จะมาปรับเพดานนี้ย่อมเป็นเรื่องยากเหลือเกิน อย่างก๊าซหุงต้มราคา 423 บาทต่อถัง 15 กก. เอาเข้าจริงก็ไม่ได้มีอยู่จริง บ้านเรือนเรา ๆ เวลาสั่งก๊าซหุงต้มมาใช้ถูกบวกจากร้านขายก๊าซหุงต้มมานานแล้วเป็น 450-480 บาทต่อถัง กำไรบวก ๆ ก็คงอยู่ที่ร้านหมดแล้ว

ขณะที่รัฐมีนโยบายให้ตรึงราคาหน้าโรงกลั่นที่ 20.9179 บาทต่อกก. เรียกว่าเป็นภาคบังคับ เพื่อให้ราคาขายปลีกถังขนาด 15 กก.อยู่ที่ 423 บาท ซึ่งมาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้ถึง 31 มีนาคม 2569 แต่ก็น่าจะต่อมาตรการออกไปเรื่อย ๆ แปลว่าตอนนี้โรงกลั่นน้ำมันกำลังกลืนเลือดจากการตรึงราคา 423 บาทต่อถังเพราะต้นทุนสูงขึ้น แต่ไปปล่อยปละละเลยให้ร้านขายก๊าซหุงต้มบวกแล้วบวกอีกกับประชาชนโดยไม่มีการควบคุม ดังนั้นนโยบายตรึงราคาก๊าซหุงต้ม เพื่อให้ประชาชนได้ยินดีสรรเสริญย่อมสูญเปล่า เพราะประชาชนไม่ได้ใช้ก๊าซหุงต้มในราคาที่รัฐตรึง ถ้าตรึงกระทรวงพาณิชย์ต้องมาคุมราคาร้านด้วยอย่างจริงจัง ก็หากรมว.กระทรวงพลังงานและพาณิชย์เป็นคนจากพรรคเดียวกันก็อยากจะให้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ทำให้เรื่องต่าง ๆ เข้ารูปเข้ารอยและฝากคิดว่าการปรับขึ้นเพดานราคาก๊าซหุงต้มนั้น แรงเสียดทานจริง ๆ มาจากกลุ่มไหนแน่
นอกจาก “แผนวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง” แล้วยังมีอีกหลายเรื่องรอรมว.พลังงานคนใหม่มาเคาะ และเดินหน้า โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าครัวเรือนไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วยที่พรรคภูมิใจไทยได้ประกาศไว้ การเดินหน้าประกาศรับชุมชนเข้าโครงการ “โซลาร์ชุมชน” ซึ่งชุมไหนเข้าโครงการจะได้รับส่วนลดค่าไฟในบิลค่าไฟโดยตรงจากการไฟฟ้า ก็แค่ 2 เรื่องนี้ รมว.พลังงานคงหัวบันไดไม่แห้งแล้ว
และหากอยู่นานรมว.พลังงานคนใหม่คนนั้น ก็จะเข้ามาร่วมในกระบวนการสรรหาปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ที่มีตัวเต็งหลายคนด้วยกัน ปลัดคนใหม่มาคนเก่าไปไหน ? ก็ไม่รู้ แต่จะสอดรับกับจังหวะจัดสรรคนเข้ามาเป็นคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ที่ว่างลง 3 เก้าอี้ที่รมว.พลังงานคนใหม่จะต้องเข้ามามีบทบาทด้วยเช่นกัน ซึ่งเก้าอี้ว่างลงมานานปล่อยให้กกพ. 4 ท่านทำงานคล่องตัวมาพักใหญ่ อีกเรื่องถือว่ารมว.พลังงานคนนี้มาจังหวะดีมีงบกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ที่เพิ่งถูกปลดล็อกหลังถูกแช่แข็งมาเป็นปี สำหรับงบประจำปี 2569 มีกรอบวงเงินงบประมาณ 7,500 ล้านบาทรอบริหารจัดการอยู่
…………………………………
คอลัมน์ : เข็มทิศพลังงาน
โดย…“ศรัญญา ทองทับ”
สนับสนุนโดย…บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จํากัด (มหาชน)





















