‘จุลพันธ์’ จ่อชงลดเงินสมทบเข้าบอร์ดประกันสังคม รับวิกฤตพลังงานทำเงินเฟ้อสูง 5% ยอมรับนาทีนี้เวลาเกิดวิกฤตทุกคนเดือดร้อนหมด ชี้หากนายจ้างเกิดปัญหาขึ้นมา สุดท้ายต้องลดการจ้างงาน
เมื่อวันที่ 16 พ.ค.69 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระทรวงการคลังออกมาคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อของประเทศไทยปี 2569 จะสูงถึง 5% ในส่วนของกระทรวงแรงงานมีการเตรียมความพร้อมในการป้องกัน ดูแลปัญหาทั้งในส่วนของลูกจ้างและสถานประกอบการอย่างไรบ้าง ว่า วิกฤตพลังงานครั้งนี้ของจริง และก็จะหนักขึ้นเรื่อยๆ ทางกระทรวงการคลังถึงต้องออกมาตรการเรื่องของ พ.ร.ก. กู้เงิน ซึ่งในส่วนของกระทรวงแรงงาน สิ่งที่เราทำก็คือ มาตรการลดเงินสมทบ ถือเป็นมาตรการแรกที่ได้ตัวเลขมาแล้ว แต่ขอเวลาให้เคาะให้จบก่อน นอกจากนี้ยังมีแนวคิดเผื่อในส่วนมาตรการระยะกลาง ระยะยาว กรณีที่สถานการณ์ยังไม่จบและหนักขึ้นเรื่อยๆ ว่าจะออกมาตรการอะไรเพิ่มเติมผ่านกลไกที่เรามี เช่น กลไกในเรื่องของการจ้างงาน
“เราจะทำจริงๆ เร็วๆ นี้ มีตัวเลขอยู่ในใจ แต่ยังไม่ตกผลึก เพราะอยู่ที่บอร์ดประกันสังคม เราให้นโยบายไป ถ้าบอร์ดบอกไม่ให้ก็จบ แต่ไม่คิดว่าเขาจะตัดสินใจอย่างนั้น” นายจุลพันธ์ กล่าว
ส่วนที่อาจจะมีเสียงคัดค้าน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า กระทรวงนี้เป็นกระทรวงแปลก มีฝ่ายค้านทุกเรื่อง แล้วก็มีฝ่ายสนับสนุนทุกเรื่อง แต่นี่คือนโยบาย เพราะความเดือดร้อนของพี่น้องแรงงานในปัจจุบัน หากเราทำได้ก็ต้องทำ เพราะ เงิน 500-600 บาทต่อเดือน ถือว่ามหาศาลมากสำหรับคนที่เป็นแรงงานระดับล่าง
เมื่อถามว่า มีการมองว่า การลดเงินสมทบอาจไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง เพราะคนได้ประโยชน์คือนายจ้าง แต่กรณีลูกจ้างบางส่วนมองว่าเป็นการเสียประโยชน์ เนื่องจากมีผลต่อเงินบำนาญในอนาคตด้วย นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ใช่อำนาจของตนที่เป็นคนกำหนดนโยบาย เพราะสุดท้ายคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ต้องไปดำเนินการ แต่นาทีนี้เวลาเกิดวิกฤตทุกคนเดือดร้อนหมด นายจ้างเกิดปัญหาขึ้นมา สุดท้ายก็จะวนกลับมาที่การลดการจ้างงาน อย่างไรก็ตาม การลดการสมทบจะไปปรากฎตัวเลขเงินที่จะได้ตอนเกษียณถึงหลักพันบาท แต่บางครั้งการช่วยเหลือแบบระยะสั้นก็เป็นสิ่งสำคัญในภาวะวิกฤต
เมื่อถามว่า การลดเงินสมทบน่าจะอยู่ในอัตราเท่าเดิมกับที่เคยมีการปรับลดในช่วงวิกฤตอื่นๆ ที่ผ่านมาหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เรื่องตัวเลขตนยังไม่สามารถบอกได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมา เมื่อเกิดภาวะวิกฤต เช่น ดินโคลนถล่มในพื้นที่ภาคเหนือ หรือกรณีน้ำท่วมใหญ่ที่จังหวัดสงขลา ทางกระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม ก็มีมาตรการลดเงินสมทบให้กับลูกจ้าง นายจ้าง ในพื้นที่ที่ประสบกับวิกฤต จากเดิมต้องส่งฝ่ายละ 5% เหลือ ต้องจัดส่ง 3% นาน 6 เดือน .



















