”จตุพรจี้”จี้จัดการคอร์รัปชั่นรัฐเด็ดขาด เชื่อคลิปเสียงนายกฯ เปิดด่านเป็นเอไอ ออกมายั่วอารมณ์ค้างคนไทย คาดเรียกเก็บภาษีทักษิณ 1.7 หมื่นล้านสะเทือนพรรคร่วม ส่อคลอนแคลน จับตาคดีบัตรบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ผลตัดสินจะมาเร็ว
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า ในสถาการณ์หลากวิกฤตรุมเร้ารัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ โดยแต่ละเรื่องเข้ามากระหน่ำต่อเนื่องเป็นระยะๆ ดังนั้น การประเมินและแก้ปัญหาทางการเมืองจึงต้องพิจารณาปัญหาในแต่ละกรณีเป็นตอน ตอน สิ่งสำคัญควรคลี่คลายให้เร็วขึ้น
ในกรณีปัญหาหน่วยงานรัฐคอร์รัปชั่น โดยการเปิดเผยของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) แฉข้อมูลนั้น องค์กรนี้ควรนำหลักฐานเพื่อให้หน่วยงานรัฐได้ตรวจสอบ แก้ไขข้อมูล เพราะถ้าทำให้เกิดโปร่งใสประเทศจะพลิกเปลี่ยนได้ ขณะเดียวกันหากไม่จัดการปัญหาคอร์รัปชั่นประเทศย่อมหนักขึ้น
อย่างไรก็ตาม ขณะที่ กกร. เป็ดข้อมูลคอร์รัปชั่นนั้น นายกฯ นัดบรรดาเจ้าสั่วมาหารือร่วมกับรัฐบาล สิ่งสำคัญผู้นำควรตั้งคำถามว่า จะทำให้ประเทศมีกำไรเหมือนเจ้าสั่วมีกำไรจากผลประกอบการได้อย่างไร เพื่อให้ประเทศรอดและไม่ต้องกู้เงินมาบริหารประเทศอีก
“การจัดการนอมินีต่างชาติที่เกาะพะงัน ต้องลงมือทำกันจริงจัง กวาดล้างให้สิ้นซาก ประเทศเราขาดอย่างเดียวคือลงมือทำ ทั้งๆที่ รู้ปัญหากัน แต่ไม่ลงมือทำ ถ้าไม่ทำทุกสิ่งอย่างที่เห็นปัญหาให้เป็นจริงแล้ว ประเทศก็รอดยาก”
ส่วนชายแดนไทย-กัมพูชา กรณีลุงโยชน์ ชาวบ้านชายแดนไทยไปหาของป่า ถูกจับข้อหาบุกรุกดินแดนกัมพูชาและติดคุกนานร่วมเดือนนั้น นายจตุพร กล่าวว่า เป็นเรื่องนี้ที่กัมพูชาปล่อยตัวออกมา สิ่งสำคัญปัญหาชายแดนต้องไม่เอาประชาชนเป็นตัวประกัน แต่ควรได้รับการคุ้มครองไม่ว่าอยู่ในเขตแดนประเทศใดก็ตาม ถ้าต้องการรบควรหาเหตุในเรื่องอื่นจะดีกว่า
อีกอย่างคลิปเสียงนายกฯ บอกจะเปิดด่านนั้น คาดเป็นเสียงเอไอ (AI) และนายกฯ ยังบอกเป็นเอไอ อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่า นายกฯ ไม่วางแผนฆ่าตัวตายทางการเมือง เพราะความรู้สึกของคนไทยไทยชายแดน และความรักชาติทำให้ชนะเลือกตั้ง 193 เสียง แม้ขณะนี้คนไทยอารมณ์ค้างไม่สบายใจอยู่ แต่เมื่อมีคลิปเสียงออกมาคนก็สาปแช่ง ดังนั้น นายกฯ จึงรีบบอกว่าเอไอ
“ในยามที่คนมีอารมณ์ขุ่นมัวจะคิดไปเปิดด่านคงเป็นไปไม่ได้ ถ้าพูดจริงก็คิดวางแผนฆ่าตัวตายเท่านั้นเอง และก็ไม่มีใครจะมีความกล้าหาญทางการเมืองขนาดนั้น เพราะรู้ว่าคนไทยไม่ยอม ผมก็เชื่อว่า เป็นเอไอ ตามที่นายกฯ บอก และเอไอวันนี้ไปไกลมาก เป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก”
ส่วนการแก้ รธน.นั้น รัฐบาลเห็นร่วมกันให้ยกร่างใหม่ให้สภาพิจารณา ซึ่งต้องใช้เวลาไม่มาก ถ้า กมธ.ไม่พิจารณายื้อไว้ หรือไม่รำวงถ่วงเวลาในขั้นตอนวาระหนึ่งและสอง อย่างไรก็ตาม การเร่งให้เดินหน้าแก้ รธน. ถ้าไม่ผ่านขั้นตอนของ สว.ย่อมไม่เกิดประโยชน์เช่นกัน เพราะยังต้องใช้เสียง สว.ถึง 1 ใน 3 เพื่อผ่าน รธน.วาระสาม ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันยิ่งยากไปกันใหญ่ จึงไม่ควรหักด้ามพร้าด้วยเข่า
“การแก้ รธน.ถ้าเป็นไปได้ต้องให้มีเหตุผล ได้ประโยชน์ รู้ประมาณ ถ้าต้องการทุกเรื่องตามที่ตั้งใจมาจากบ้านก็เห็นอยู่แล้วว่าไม่ผ่าน สว.เพราะหาเสียง สว. 1 ใน 3 มาจากไหน และเมื่อให้อำนาจแล้วจะบอกให้เขาลดอำนาจจึงเป็นไปยาก ดังนั้น ไม่ต้องคิดอะไรมาก เอาเท่าที่เป็นไปได้ก่อน แล้วที่เหลือค่อยคิดอ่านกันไป มิฉะนั้นจะไม่ได้อะไรเลย”
อีกทั้งกล่าวถึงกรณีบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดว่า ต้องพิจารณากระบวนการของศาล รธน. โดยในเดือน พ.ค. นี้ พยานให้ถ้อยคำครบถ้วนหรือไม่ ถ้าครบการนัดฟังคำวินิจฉัยย่อมเป็นไปได้ภายในเดือน มิ.ย. นี้
“คดีนี้ ศาล รธน.มีมติ 6 ต่อ 3 รับไต่สวน และ กกต.ก็แปลกๆ เพราะพูดถึงบัตรเลือกตั้ง ผู้ว่าและ ส.ก. ว่าไม่มีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด สมมุติเป็นวิญญูชน (กกต.ยืนยัน) ว่า บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดอย่างไรก็เป็นความลับ ก็ต้องยืนกระต่ายขาเดียว บัตร ส.ก. บัตรเลือกตั้งผู้ว่า ต้องมีบาร์โค้ด เพราะมันเป็นความลับ สู้เลย พอไม่มีแล้วเป็นช่องว่าง อยู่ดีๆ ถอนไปทำไม มันจึงดูแปลกๆ เป็นการสู้คดีแบบแปลกๆ เรื่องนี้เป็นไปได้ทั้งเป็นความลับและไม่เป็นความลับแบบ 50 ต่อ 50 ซึ่งปัญหานี้จะมาเป็นเรื่องแรกก่อนปัญหาอื่นๆ”
นายจตุพร กล่าวถึงการยึดทรัพย์ทักษิณ ชินวัตร 1.7 หมื่นล้านบาทตามคำพิพากษาของศาลฎีกา ว่า เป็นหน้าที่ของกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ต้องดำเนินการ ซึ่งกรณีจะเป็นความสั่นคลอนในรัฐบาล เรื่องนี้อยู่ในมือของพรรคภูมิใจไทยที่มีเทคโนแครตเป็น รมว.คลัง
“ถ้าขยับจริงจังแล้ว รัฐบาลจะวุ่นวายทันที ไม่ขยับก็พังกันทั้งรัฐบาลเช่นกัน จึงเป็นหมากบังคับ เพียงแต่เงื่อนไขเวลายังจะมีเรื่องอื่นเข้ามาแทรก เช่น กรณีคำวินิจฉัยบัตรเลือกตั้ง ถ้าออกมาเป็นบวกก็ไปต่อ หากเป็นลบก็กวาดไปก่อนหน้านั้นแล้ว ที่เหลือเป็นคดีรองๆ”
สิ่งสำคัญ การเมืองถัดจากนี้ไป ทั้งการแก้ปัญหาวิกฤต และนิติสงคราม จะอธิบายว่าทุกเรื่อง
เบ็ดเสร็จได้จริงหรือเปล่า ปัญหาแลนด์บริดจ์ก็ทอดยาวไปได้อย่างน้อย 90 วัน อาจมีการขยายเวลา เพราะเรื่องมันมาก
“รัฐบาลต้องแก้ไขให้เร็วเหมือนปัญหานอมินีเกาะพะงัน ภูเก็ต นายกฯ ต้องลงไปจัดการ เรื่องอาวุธซี 4 หมิง เฉิน ซัน ยังนอนโรงพยาบาล ไม่รู้จะเป็นไง ดังนั้น เรื่องต่างเหล่านี้จึงต้องแก้ปัญหาเร็วและยังจะมีเรื่องที่ต้องมาเพิ่มทุกวัน” นายจตุพร ย้ำการจัดการปัญหาและประเมินสถานการณ์จึงต้องพิจารณากันเป็นตอนๆ ไป



















