หน้าแรกHighlight‘วิโรจน์’เตือนตรึงดีเซลเสี่ยงซ้ำ‘ต้มยำกุ้ง’ จี้รัฐต้องกล้าแจ้ง‘ข่าวร้าย’ที่เป็น‘เรื่องจริง’

‘วิโรจน์’เตือนตรึงดีเซลเสี่ยงซ้ำ‘ต้มยำกุ้ง’ จี้รัฐต้องกล้าแจ้ง‘ข่าวร้าย’ที่เป็น‘เรื่องจริง’

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“วิโรจน์”ชี้การอุ้มราคาน้ำมันต่อเนื่องอาจบิดเบือนกลไกตลาด เสี่ยงภาระการคลังพุ่ง แนะรัฐตั้งศูนย์บริหารวิกฤติ แจ้งข้อเท็จจริงต่อประชาชน พร้อมใช้มาตรการเฉพาะกลุ่มและปรับโครงสร้างพลังงานระยะยาว

เมื่อวันที่ 18 มี.ค.นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความระบุว่า

“ถ้าฝืนใช้กองทุนน้ำมัน อุ้มราคาน้ำมันไปเรื่อยๆ อุปสงค์ของการใช้น้ำมันจะไม่ลด สุดท้ายในบางบริบท อาจจะทำให้ประเทศประสบหายนะในระดับน้องๆ ของวิกฤติต้มยำกุ้ง ที่เราเอาเงินสำรองไปอุ้มค่าเงินให้คงที่ 25บาทต่อดอลลาร์”

“ผมไม่อยากให้รัฐบาลประกาศว่า จะยังไงก็จะตรึงราคาดีเซลที่ลิตรละ 33 บาท เพราะราคาที่แท้จริง หากกองทุนฯ ไม่อุดหนุน คือ 50.30 บาท แถมยังอาจจะแพงขึ้นได้อีก

ถ้ารู้ว่าซื้อยังไงก็ไม่เกิน 33 บาท มีส่วนต่างไม่ต่ำกว่า 17 บาท ก็จะเอื้อให้เกิดการกักตุน สู้รัฐบาลอย่าบอกราคาที่จะตรึงดีกว่า

เข้าใจว่ารัฐบาลไม่อยากแจ้งข่าวร้าย เพราะเกรงว่าคะแนนนิยมจะตกต่ำลง แต่ยืนยันว่าเรื่องน้ำมันแพง จะโทษรัฐบาลโดยตรงไม่ได้

แต่รัฐบาลต้องกล้าที่จะแจ้งข่าวร้ายที่เป็นเรื่องจริงไง แล้วจะได้เดินหน้ามาตรการรับมือกับวิกฤติการณ์น้ำมันแบบจริงๆ จังๆ เสียที ประชาชนอาจจะด่าบ้างแต่จะเข้าใจ”

ก่อนหน้านั้น นายวิโรจน์ โพสต์ว่า

“วิกฤติน้ำมันตอนนี้ ผมไม่คิดว่าต้องมาโทษกัน เพราะต้นตอมันมาจากสงครามจริงๆ

แต่สิ่งที่รัฐบาลควรทำ ก็คือ การตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์ แล้วรายงานข้อเท็จจริงให้กับประชาชนได้รู้ ว่าตอนนี้ประเทศกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติน้ำมันแล้ว และเร่งเดินหน้ามาตรการต่างๆ

รัฐบาลควรปรับขึ้นราคาน้ำมัน โดยใช้กองทุนน้ำมันประคับประคอง ไม่ให้ขึ้นราคาแบบกระชาก เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงสถานการณ์ที่แท้จริง เพื่อใช้กลไกราคากดอุปสงค์ของการใช้น้ำมันให้ลดลงมา

ผมว่ารัฐบาลควรใช้งบประมาณมาอุดหนุนแบบเฉพาะกลุ่มอย่างมียุทธศาสตร์ เช่น รถสาธารณะ รถไฟ รถเมล์ รถไฟฟ้า รถขนส่ง ปุ๋ย ฯลฯ

และควรใช้มาตรการการลดหย่อนภาษีเพื่อจูงใจให้เอกชนทำงานแบบ WFH

ระยะยาว รัฐบาลควรทบทวนโครงสร้างค่าการกลั่น ให้อิงตามต้นทุนที่แท้จริง ลดการอ้างอิงราคากลางจากสิงคโปร์ เพื่อให้ค่าการกลั่นมีความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

พร้อมกับจัดการด้านกฎหมาย ให้สามารถเก็บภาษีลาภลอย จากสต๊อกน้ำมันที่มีก่อนหน้าวิกฤติ เพื่อนำเข้ากองทุนน้ำมันได้ เพื่อความเป็นธรรม“

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img