อธิบดีดีเอสไอเผย ได้ยื่นขอศาลออกหมายจับ “อนันต์ อัศวโภคิน” ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 หลังอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้อง ระบุผู้ต้องหาแจ้งรักษาตัวจากภาวะไตวายในต่างประเทศ จึงไม่สามารถเดินทางกลับมารับทราบข้อกล่าวหาได้ ขณะที่การขอออกหมายแดงหรือหมายน้ำเงินผ่านตำรวจสากลเพื่อติดตามตัว จะพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าคดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย ซึ่งมีนายอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง เป็นผู้ต้องหา ว่า คดีดังกล่าวมีขั้นตอนดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน หลังจากอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องในข้อหาสมคบกันฟอกเงินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ช่วงปลายปี 2562 พนักงานอัยการคดีพิเศษได้ส่งสำนวนการสอบสวนกลับมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาว่าจะมีความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องหรือไม่ ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 โดยอธิบดีดีเอสไอในขณะนั้นได้พิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นแย้งคำสั่งของพนักงานอัยการ และมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา ก่อนส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดวินิจฉัยชี้ขาด
ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2567 อัยการสูงสุดในขณะนั้นได้มีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องนายอนันต์ ในข้อหาสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน อย่างไรก็ตาม ระหว่างการดำเนินคดี ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมในหลายประเด็น
ภายหลังอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้อง คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ออกหมายเรียกให้นายอนันต์เข้ารับทราบข้อกล่าวหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำตัวส่งพนักงานอัยการตามกำหนดนัด แต่ผู้ต้องหาไม่ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินการส่งฟ้องได้ตามขั้นตอน จึงจำเป็นต้องรวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอออกหมายจับ ซึ่งศาลได้ออกหมายจับตามคำร้องตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ผู้ต้องหาได้แจ้งเหตุผลที่ไม่สามารถเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา เนื่องจากอยู่ระหว่างการรักษาพยาบาลภาวะไตวายในต่างประเทศ และพักรักษาตัวอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ซึ่งเป็นเหตุผลด้านสุขภาพที่สามารถเข้าใจได้ แต่เมื่อผู้ต้องหาไม่สามารถมาปรากฏตัวต่อพนักงานสอบสวนและไม่สามารถนำตัวส่งฟ้องได้ตามกำหนด เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายด้วยการขอศาลออกหมายจับ
สำหรับกรณีจะมีการประสานองค์การตำรวจสากล (INTERPOL) เพื่อขอออกหมายน้ำเงิน (Blue Notice) หรือหมายแดง (Red Notice) เพื่อติดตามตัวผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยหรือไม่นั้น พ.ต.ต.ยุทธนา ระบุว่า เป็นขั้นตอนที่ต้องพิจารณาดำเนินการต่อไปตามกระบวนการทางกฎหมายและความเหมาะสมของคดี
คดีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของคดีพิเศษที่ 10/2560 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจากคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับวัดพระธรรมกาย โดยก่อนหน้านี้ศาลเคยออกหมายจับนายอนันต์ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินมาแล้ว ก่อนที่คดีจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของอัยการสูงสุดและมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องในเวลาต่อมา.




















