“เทพไท” หนุนรัฐยกเลิกเก็บภาษีสรรพสามิตชั่วคราว เพื่อควบคุมต้นทุนการผลิต-หยุดยั้งการขึ้นราคาสินค้าทั้งหมด เพราะสินค้าถ้าขึ้นไปแล้ว จะยกเลิกได้ยาก แต่ถ้าภาวะน้ำมันเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ค่อยกู้เงินมาชดใช้ หรือค่อยเพิ่มภาษีสรรพสามิตให้อยู่ในอัตราปกติกลับมาอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 31 มี.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช แสดงความเห็นเรื่อง “หนุนยกเลิกเก็บภาษีสรรพสามิตชั่วคราว” มีรายละเอียดว่า…“ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีการประชุม และมีมติให้ลดภาษีสรรพสามิตของน้ำมันลงลิตรละ 1 บาท เพื่อลดค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งการลดภาษีทุก 1 บาท จะทำให้รัฐเสียรายได้เดือนละ 2,000 ล้านบาท โดยยังคงเน้นการลดภาษีในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลัง
เมื่อคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ลดภาษีสรรพสามิต ที่กระทรวงการคลังจัดเก็บจากน้ำมันอยู่ในอัตราลิตรละ 6-7 บาทการลดภาษีสรรพสามิตลงแค่ลิตรละ 1 บาท จะไม่มีผลอะไรทำให้ต้นทุนการผลิตของผู้ที่ใช้น้ำมันลดลงได้ เพราะการลดภาษีสรรพสามิตแค่ 1 บาท จะไม่มีผลอะไรเลย
ในความเห็นส่วนตัวว่า รัฐบาลควรจะลดภาษีสรรพสามิตทั้งหมด แม้ว่าจะทำให้รัฐขาดรายได้ก็ตาม แต่ก็ยังดีกว่าไปใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเพื่อมาพยุงราคา หรือการกู้เงินมาเพื่อพยุงราคาน้ำมัน เพราะในที่สุดรัฐบาลต้องเสียเงินเช่นเดียวกัน เพียงแต่การไม่เก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันทั้งหมด ทำให้รัฐเสียรายได้ ซึ่งเปรียบเสมือนในกระเป๋าซ้ายกับกระเป๋าขวา ถึงแม้ว่าจะไม่ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน รัฐก็ต้องกู้เงินอยู่ดี และต้องใช้หนี้ เงินนำมาใช้หนี้ก็มาจากภาษีที่เก็บมาจากประชาชน
เพราะฉะนั้นการตัดไฟแต่ต้นลม ตัดวงจรการผลิต เพื่อไม่ให้ต้นทุนสูงขึ้น จะต้องควบคุมราคาน้ำมันให้อยู่ในราคาตามปกติ ภาษีทั้งหมดออกไป ถ้าหากว่า รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตแค่ 1 บาท ราคาน้ำมันก็ยังสูงถึงลิตรละ 38-39 บาท ต้นทุนการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคก็สูงขึ้น เมื่อราคาสินค้าสูงขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น ประชาชนเดือดร้อน และการที่รัฐบาลจะเยียวยาไปช่วยเหลือในบางกลุ่ม ในบางอาชีพ หรือบางส่วนก็ไม่มีผลอะไร เพราะเป็นการแก้ปัญหาช่วยเหลือประชาชนแบบฝนตกไม่ทั่วฟ้า
แต่ถ้าหากควบคุมต้นทุนการผลิตของสินค้าทุกตัว ก็จะเป็นการช่วยเหลือประชาชนได้ทั่วหน้า ได้ทุกกลุ่ม จะเป็นการดี จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวน เรื่องการลดภาษีสรรพสามิตของน้ำมัน ให้จัดเก็บเป็นศูนย์ เพื่อควบคุมต้นทุนการผลิต หรือหยุดยั้งการขึ้นราคาสินค้าทั้งหมด หลังจากภาวะน้ำมันเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ค่อยกู้เงินมาชดใช้ หรือค่อยเพิ่มภาษีสรรพสามิตให้อยู่ในอัตราปกติอีก
จึงอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะการควบคุมราคาสินค้าไม่ให้สูงจนเกินไป เพราะเมื่อสินค้าที่ขึ้นราคาแล้ว จะลดราคาลงเป็นไปได้ยากมาก”



















