หมดเทศกาลแห่งความสุขกันไปแล้ว! เทศกาล…แห่งความทุกข์ กำลังตามมาเป็นเงาตามตัว อย่างที่รู้กันอยู่จาก “วิกฤติซ้อนวิกฤติ”
วิกฤติแรก คือ ปัญหาเศษฐกิจ ที่ยังขยายตัวไม่มากนัก และยังมาเกิดความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ที่ก่อให้เกิด “วิกฤติราคาพลังงาน” เข้าซ้ำเติมอีก
ตราบใดปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่กระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ ไม่กระทบกับปากท้อง ประชาชนคนไทย ก็ยังพอทำเนาอยู่บ้าง
แต่วิกฤติครั้งนี้!! ได้ส่งผลกระทบอย่างแรงกับปากท้องคนทั้งชาติ

ปัญหาใหญ่ไม่ได้ตกอยู่ที่ผู้นำรัฐบาลอย่าง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ยังกระทบชิ่งมาถึง “รัฐมนตรี 3 แม่ครัว” ของ “พรรคภูมิใจไทย”
ที่ต้อง “วิ่งสู้ฟัด” แสดงฝีมือให้ “ทั่วโลก” ได้เห็น ไม่ใช่เพียงแค่ “คนไทย” เท่านั้น โดยเฉพาะ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ที่กลับมาหนนี้ ไม่เพียงแค่ตำแหน่าง “รมว.พาณิชย์” เท่านั้น!! แต่ยังได้ตำแแหน่ง “รองนายกรัฐมนตรี” กลับมาด้วย
นั่นหมายความว่า…ในเมื่อ “ผู้นำรัฐบาล” ได้ให้ความไว้วางใจ ได้ให้ “ดาบ” เพิ่มมากขึ้น “รองนายกฯแต๋ม” ก็ต้อง “โชว์” ให้เห็นว่า จะฝ่าฟันให้คนไทย พ้นภาวะยากลำบากนี้ไปได้อย่างไร
“ไม่ท้อแท้ที่จะทำงาน แต่กลับเป็นแรงผลักดันให้ทำงานมากขึ้น ซึ่งเข้าใจว่าช่วงปลายปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยเริ่มดีขึ้น จากมาตรการ “ควิกบิ๊กวิน” ทำให้ประชาชนมีความหวังมากขึ้น แต่พอมาถึงไตรมาสแรกปีนี้ กลับมี “วิกฤติตะวันออกกลาง” เข้ามาซ้ำเติม ความหวังประชาชนถูกกระทบจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ความกังวลก็อาจกลายเป็นความโกรธ แต่รัฐบาลก็เข้าใจได้ และจะดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคให้ดีที่สุด”
หนึ่งในคำพูดที่ “รองฯแต๋ม” เปิดใจไว้กับบรรดาผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงพาณิชย์ หลังจากเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่า…เป็นก้าวแรกในการทำหน้าที่ครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการ
ด้วยเหตุนี้ จึงกลายเป็นที่มาว่า ทำไม? จึงต้องมีบรรดา “กูรู” ถึง 12 คน มาช่วยงาน แม้หนึ่งในบรรดากูรู อย่าง “วีระพงษ์ ประภา” ต้องตัดสินใจลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แล้วมาเป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ก็ตาม
ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า ความยากลำบากของประเทศที่เกิดขึ้นในเวลานี้ การ “โชว์เดี่ยว” หรือแสดงฝีมือคนเดียว ย่อมไม่สามารถไปได้ตลอดรอดฝั่ง
ที่สำคัญ!! ต่อให้เป็น “อัศวินขี่ม้าขาว” มากู้วิกฤติได้ แต่สุดท้าย! ทำดี…ก็ได้แค่เสมอตัว แต่ถ้าพลาดพลั้งขึ้นมา เชื่อเถอะ! สถานการณ์ “รุมยำ” มีให้เห็นแน่นอน
ดังนั้น…สถานการณ์ในเวลานี้ จึงกลายเป็นบททดสอบที่ท้าทายของรัฐบาล รวมถึงรัฐมนตรีคนนอกอย่าง รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ “ศุภจี” เข้าให้ด้วย
อย่าลืมว่า แม้เชี่ยวชาญ แม้มีประสบการณ์การบริหารจากภาคเอกชน เป็นนักธุรกิจชั้นแนวหน้า มาจากไหน แต่ในงาน “การเมือง” นั้น แตกต่างจากการ “บริหารภาคธุรกิจ”โดยสิ้นเชิง
เหนืออื่นใด ในรอบที่แล้ว “ศุภจี” รมต.คนนอกของพรรคภูมิใจไทย ก็ทำผลงานได้ดีไม่น้อย ถึงขนาดเป็น “ไวรัล” กลายเป็นกระแสฟีเวอร์ ในโซเชียลไม่น้อย ขนาดนักการเมืองตัวจริงเสียงจริง เมื่อเทียบกันแล้ว ยังตกอันดับ ถูกเบียดขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ
ด้วยความคาดหวัง ที่เชื่อกันว่า จะสามารถนำพาให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เดินหน้าต่อไปได้ จึงถูกเทกระหน่ำเข้ามาให้เห็นอย่างชัดเจน
แต่!ความคาดหวัง-ความฝัน ของคนไทยจะเป็นจริงได้มาก-น้อยแค่ไหน ในห้วงเวลานี้ ไม่ไม่สามารถตัดสินได้ เพราะต้นตอใหญ่ของปัญหา ไม่ได้เกิดจากในประเทศแต่เพียงอย่างเดียว

“ต้นตอของปัญหา” มาจากต่างประเทศ ที่เหนือการควบคุม เหนือการคาดเดา อย่างเรื่องของ “ราคาน้ำมัน” ที่เป็น “ต้นทุนใหญ่ของราคาสินค้า” การไปห้าม การไปกด ไม่ให้มีการขึ้นราคาสินค้า ในความเป็นจริง เป็นไปไม่ได้!
เพราะ…สุดท้าย ไม่ใช่แค่ “ผู้บริโภค” เท่านั้น “ผู้ประกอบการ” เอง ก็ต้อง “ตายไปด้วย” ปัญหาใหญ่ จึงอยู่ที่การ “บาลานซ์” ที่หนีไม่พ้นต้องเป็นฝีมือของ “รมว.พาณิชย์” ล้วน ๆ ที่ต้องแสดงออกมาให้เห็นว่า “จะขับเคลื่อนกลยุทธ์อย่างไร????”
อย่าลืมว่า เวลานี้ แม้จะมีกระแสฟีเวอร์ในตัว “รองฯศุภจี” แต่เมื่อเวลาผ่านพ้น ผลสำรวจของ “นิด้าโพล” ได้สะท้อนให้เห็นความเชื่อมั่นที่กำลังลดน้อยถอยลง ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในรัฐบาลด้วยเช่นกัน
ความพยายามในการดึง “กูรู-มืออาชีพ” เข้ามาเป็น “ผู้ช่วย” เข้ามาเป็นที่ปรึกษาของรองฯศุภจี ก็ถือว่า เป็นอีกหนึ่ง “เกม” ที่ช่วยดัน “ความเชื่อมั่น” ไม่ให้ดิ่งเหวไปมากกว่านี้
อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างในเวลานี้ เป็นเพียง “กลยุทธ์” เท่านั้น แต่ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับ “เวลา” ที่จะพิสูจน์ “ฝีมือ” ให้เห็น ดั่งสุภาษิตจีนที่ว่า…“หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน”
………………………………
คอลัมน์ : EC Focus by Virgo



















