ผิดคาดพอสมควรทีแรกคิดว่าสงกรานต์ปีนี้น่าจะกร่อยจากปัญหาสงคราม น้ำมันแพงเศรษฐกิจไม่ดี แต่กลายเป็นว่าคึกคักไม่แพ้ปีที่ผ่าน ๆ มา แถมยังสร้างความฮือฮาไปจนถึงต่างประเทศ จนรัฐบาลรีบออกมาประกาศว่าจะสร้างให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ ยกระดับไปสู่อีเวนต์ระดับโลก เพื่อดึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเที่ยวงานสงกรานต์ในบ้านเรา
โดยในปีนี้สามารถสร้างรายได้กว่า 3 หมื่นล้านบาทในช่วงเวลาเพียงแค่ 5 วันเท่านั้น มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเล่นสงกรานต์กว่า 5 แสนคน เฉพาะในกรุงเทพฯ มีคนไทยและต่างชาติมาเล่นสาดน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ถนนสีลม สยาม และถนนข้าวสาร กว่า 1.38 ล้านคน แต่มีรายงานจากภาคสนามว่าตัวเลขอาจจะกว่า 2 ล้านคนเลยทีเดียว จากตัวเลขล่าสุดเป็นเครื่องยืนยันว่ามหกรรมสงกรานต์ของไทยนั้นได้รับความนิยมอย่างมาก
หากดูจากกระแสการตื่นตัวปีนี้เป็นสัญญาณว่าของเทศกาลสงกรานต์กำลังขยับจากเทศกาลท่องเที่ยวไปสู่อีเวนต์ระดับโลกอย่างจริงจัง กำลังพัฒนาไปอีกขั้น ไม่ใช่แค่ความสนุกแบบเดิม ๆ อีกต่อไป แต่เป็นการออกแบบประสบการณ์ที่เริ่มมีระบบ มีการควบคุม มีมาตรการที่เข้มข้น การที่สื่อระดับโลกหลายสำนักรายงานเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ในฐานะหนึ่งในเทศกาลที่มีชีวิตชีวาที่สุดในโลก และมีสื่อบางรายใช้คำว่า “เวิลด์ วอเตอร์ เฟสติวัล” นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะการที่ซอฟต์พาวเวอร์เกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคนอื่นเป็นคนเรียกไม่ใช่เราเป็นคนบอก

หากนำตัวเลขจากงานเทศกาลสงกรานต์ของไทยเปรียบเทียบกับเทศกาลระดับโลกอย่าง Oktoberfest เป็นเทศกาลเบียร์และงานพื้นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้นทุกปีที่เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมัน สร้างรายได้ 5-6 หมื่นล้านบาทต่อปี หรือ Rio Carnival ของบราซิล เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองที่มีสีสันที่สุดในโลก หากดูตัวเลขรายได้ในเชิงเศรษฐกิจก็ไม่ต่างกันมาก แต่จุดที่ต่างกันคือการรับรู้ การยอมรับจากทั่วโลก รวมถึงการบริหารจัดการให้เป็นระบบ
ในปีนี้จะเห็นว่าในบางจุดบางพื้นที่ในกรุงเทพฯ มีการบริหารจัดการดีขึ้นทั้งในเรื่องความปลอดภัย มีการจัดเลนฉุกเฉิน มีการดูแลน้ำสะอาด รวมถึงเก็บขยะอย่างรวดเร็ว ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยคุมฝูงชนและเพิ่มความปลอดภัยซึ่งเป็นจุดที่ทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจมาเที่ยว และทำให้เทศกาลสงกรานต์เปลี่ยนจาก “สนุกแต่เสี่ยง” มาเป็นสนุกและปลอดภัยในปีนี้ มีการสร้างการรับรู้ระดับนานาชาติผ่านความร่วมมือของสถานทูต 42 ประเทศ อย่างสถานทูตออสเตรเลียที่ทำคลิปจนเป็นไวรัล สิ่งเหล่านี้ได้ช่วยขยายภาพเทศกาลสงกรานต์ไปไกลกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพที่ออกมาจะเป็นความสำเร็จ แต่จะตีขลุมบอกว่าเป็นซอฟต์พาวเวอร์ก็คงไม่ได้เต็มปากเต็มคำนัก เพราะนี่อาจเป็นแค่กระแสฟีเวอร์ แต่ยังขาดโครงสร้างการจัดการ ขาดแกนกลางที่ชัดเจน ยังมีการจัดแบบกระจัดกระจายไม่เป็นระบบ ยังไม่มีเมืองใดโดดเด่นระดับโลกเหมือน มิวนิกของ Oktoberfest หรือ Sambadrome เป็นพื้นที่ของการจัดเทศกาลของ Rio Carnival
จากข้อมูลภาคสนามสะท้อนภาพ 2 ด้านชัดเจน ด้านหนึ่งคือประสบการณ์นักท่องเที่ยว ทีมาเล่นสงกรานต์แบบสนุก ๆ สุด ๆ ในกลางวัน ตอนกลางคืนมีปาร์ตี้ แล้ววนซ้ำไปในวันถัดไป ซึ่งนี่คือหัวใจของ Experience Economy ที่ทำให้เทศกาลสงกรานต์มีศักยภาพเป็นอีเวนต์ที่คนทั่วโลกอยากมาสักครั้งในชีวิต แต่อีกด้านหนึ่งหากระบบรองรับเช่น ห้องน้ำ ความปลอดภัย หรือการจัดการฝูงชนในบางพื้นที่ไม่ดีพอ แม้ในพื้นที่ใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ จัดการได้ดี แต่ในหลายจังหวัดมีวัยรุ่นเมาเหล้าทะเลาะวิวาทถึงขั้นเสียชีวิต เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ประสบการณ์ที่ดีของเทศกาลสงกรานต์ติดลบได้
ในเชิงนโยบายต้องมองภาพใหญ่ว่าจะบริหารจัดการอย่างไร เพื่อสร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวแล้วไม่ต้องเจอกับการทะเลาะวิวาท สินค้าราคาแพง ห้องน้ำสกปรก ทิ้งขยะเกลื่อนกลาด โดยอาจจะจัดเป็นโซนสำหรับนักท่องเที่ยว หรือโซนชุมชนในทำเลหลัก ๆ และการออกแบบกลไกแบ่งรายได้กลับสู่ท้องถิ่น ที่น่าสนใจคือ รายได้จากงานเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ แม้จะมีมากถึง 3 หมื่นกว่าล้านบาท แต่คำถามเงินเหล่านี้ไหลไปอยู่ในกระเป๋าใคร หากยังคงอยู่กับร้านอาหารขนาดใหญ่ โรงแรมใหญ่ บริษัทเครื่องดื่ม หรือผู้จัดอีเวนต์หลัก ไม่กระจายถึงชุมชนหรือท้องถิ่น เศรษฐกิจยังรวยกระจุกจนกระจาย
ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงวัฒนธรรมต้องร่วมหารือกัน และต้องกล้าตัดสินใจสร้าง เมืองหลัก หรือ flagship city ที่จะเป็นตัวแทนสงกรานต์ในเวทีโลกอย่างชัดเจน ไม่ปล่อยให้กระจายจนขาดพลังในการสร้างภาพจำ

ท้ายที่สุด ข้อมูลทั้งหมดสะท้อนว่าสงกรานต์ไทยมาถูกทางแล้ว แต่ยังไม่มีเป้าหมายยกระดับจากเทศกาลท้องถิ่น ไปสู่เทศกาลระดับประเทศและก้าวสู่เวทีโลก ไม่ใช่แค่ความสนุกแต่ต้องยกระดับการบริหารจัดการให้รองรับความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน หากทำได้สงกรานต์มาใช่แค่เทศกาลมาเล่นสาดน้ำ แต่จะกลายเป็นอุตสาหกรรมวัฒนธรรมที่สร้างรายได้มหาศาล พร้อมกระจายโอกาสไปสู่คนไทยทุกระดับอย่างแท้จริง
งานนี้พิสูจน์ฝีมือกระทรวงท่องเที่ยวและกระทรวงวัฒนธรรม จะสามารถทำให้เทศกาลสงกรานต์ก้าวสู่อีเวนต์ระดับโลกอย่างที่รัฐบาลประกาศไว้หรือไม่ หรือจะเป็นแค่สร้างคะแนนนิยม…
……………
คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง
โดย….. “ทวี มีเงิน”
สนับสนุน : บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC




















