รัฐบาลขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ภาคใต้ พร้อมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ จ.ชุมพร–ระนอง ควบคู่ผลักดันกฎหมายป่าชุมชนเพิ่มรายได้คาร์บอนเครดิต ด้านนายกฯ ห่วงสถานการณ์ภัยแล้ง สั่งทุกกระทรวงเร่งวางมาตรการรับมือ เตรียมจัดประชุม ครม.สัญจรที่หาดใหญ่เดือนมิถุนายนนี้
เมื่อวันที่ 28 เม.ย. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความคืบหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ โดยระบุว่า รัฐบาลยังคงเดินหน้าผลักดันโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาวของประเทศ
นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า ภายใต้บริบทภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไป ควรพิจารณาโครงการอย่างรอบด้านมากขึ้น พร้อมยอมรับถึงข้อกังวลของประชาชนในพื้นที่ จึงได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนใน จ.ชุมพร และ จ.ระนอง เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการผลักดันพระราชบัญญัติป่าชุมชน โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน พร้อมเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เช่น คาร์บอนเครดิต ซึ่งปัจจุบันประชาชนได้รับผลประโยชน์เพียงบางส่วน หากกฎหมายผ่านความเห็นชอบ จะทำให้รายได้ทั้งหมดตกอยู่กับชุมชนโดยตรง ครอบคลุมกว่า 11,000 ชุมชนทั่วประเทศ
ด้านสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังจะเข้าสู่ช่วงเดือนพฤษภาคม นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เร่งเตรียมมาตรการป้องกันและช่วยเหลือประชาชน โดยให้ความสำคัญกับการจัดหาน้ำอุปโภคบริโภคที่สะอาดและเพียงพอ รวมถึงการบริหารจัดการน้ำภาคเกษตรและอุตสาหกรรมให้เหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด
น.ส.รัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้ทุกกระทรวงเร่งแต่งตั้งโฆษกประจำกระทรวง เพื่อทำงานสื่อสารข้อมูลให้สอดคล้องกับโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนและสังคม
ทั้งนี้ ได้กำหนดจัดการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ในวันที่ 8–9 มิ.ย.นี้ ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป



















